หิวบ่อยหิวตลอดเวลา ป่วยกายหรือป่วยใจ รู้สาเหตุและวิธีรับมือ

Share
หิวบ่อยหิวตลอดเวลา ป่วยกายหรือป่วยใจ รู้สาเหตุและวิธีรับมือ

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงหิวบ่อยทั้งที่เพิ่งทานข้าวอิ่มไปได้ไม่นาน? การเดินวนเวียนเปิดตู้เย็นหาของกินตลอดเวลา อาจถูกมองว่าเป็นเพียงพฤติกรรมติดนิสัยกินจุกจิก แต่ในทางการแพทย์ อาการหิวไม่หยุด กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ไม่เพียงสัมพันธ์กับโรคทางกาย แต่ยังเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียดสะสม ภาวะซึมเศร้า หรือโรคการกินผิดปกติ (Eating Disorders) บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าความหิวที่ผิดปกติเกิดจากอะไร และจะรับมืออย่างไรให้สุขภาพกลับมาสมดุลอีกครั้ง

หิวบ่อยหิวตลอดเวลา แบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติ

ความหิวเป็นกลไกตามธรรมชาติเมื่อร่างกายต้องการพลังงาน แต่หากคุณมีอาการหิวบ่อยในลักษณะดังต่อไปนี้ อาจเข้าข่ายความผิดปกติที่ควรสังเกตตัวเอง

สาเหตุทางร่างกายที่ทำให้รู้สึกหิวบ่อย

ความรู้สึกหิวบ่อยอาจมีต้นเหตุมาจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญและฮอร์โมนในร่างกาย ได้แก่

หิวบ่อยจากปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาที่ซ่อนอยู่

หิวบ่อยจากปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาที่ซ่อนอยู่

อาการหิวบ่อยไม่ได้เกิดจากร่างกายเพียงอย่างเดียว หลายครั้งต้นเหตุอยู่ที่สภาพจิตใจและเข้าข่ายการป่วยเป็นโรคทางจิตเวช ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการกินอย่างชัดเจน

ความเครียดสะสมและฮอร์โมนคอร์ติซอล

เมื่อเราเผชิญกับโรคเครียด หรือความกดดันสะสม ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อว่า “คอร์ติซอล” (Cortisol) ออกมา ฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายโหยหาพลังงานเร่งด่วน โดยเฉพาะอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และไขมันสูง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียด (Fight or Flight) จึงไม่แปลกที่เวลาเครียดจัด เราจะอยากกินชานมไข่มุกหรือของทอดมากกว่าปกติ

ภาวะการรับประทานด้วยอารมณ์ หรือ Emotional Eating

ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว มักใช้อาหารเป็นเครื่องมือในการ “ปลอบประโลมจิตใจ” การได้เคี้ยวหรือรับรสหวานจะช่วยให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข (Dopamine) ออกมาชั่วคราว ทำให้หลายคนเสพติดการกินเพื่อหนีจากอารมณ์ด้านลบ กลายเป็นวงจรที่เมื่อรู้สึกแย่ก็จะหิว และเมื่อกินเสร็จก็จะรู้สึกผิดตามมา

โรคกินไม่หยุด หรือ Binge Eating Disorder

โรคกินไม่หยุด หรือ Binge Eating Disorder คือโรคทางจิตเวชที่ผู้ป่วยจะมีอาการหิวบ่อยและกินอาหารปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะไม่รู้สึกหิวทางกายเลยก็ตาม ผู้ป่วยจะรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ระหว่างที่กิน และมักแอบกินคนเดียวเพราะรู้สึกละอาย หลังกินเสร็จจะตามมาด้วยความรู้สึกขยะแขยงตัวเอง โทษตัวเอง และซึมเศร้าอย่างหนัก ซึ่งต่างจากคนกินจุทั่วไป พฤติกรรมเหล่านี้หากเกิดซ้ำบ่อยเกินควรรีบปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาแนวทางรักษา

หิวบ่อยส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจอย่างไร

วิธีจัดการกับความหิวบ่อย

วิธีจัดการกับความหิวบ่อย

การแก้ไขปัญหาหิวบ่อยต้องทำควบคู่กันทั้งการดูแลร่างกายและการจัดการจิตใจ

การปรับพฤติกรรมการกิน

การจัดการความเครียดในชีวิตประจำวัน

เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์

หากพยายามปรับพฤติกรรมการกินแล้ว แต่ยังคงรู้สึกหิวบ่อย จนควบคุมการกินไม่ได้ น้ำหนักตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือสังเกตเห็นว่าความหิวที่เกิดขึ้นนั้นถูกขับเคลื่อนจากอารมณ์เศร้า ความกดดัน และมักจบลงที่ความรู้สึกเกลียดตัวเองหลังกินเสร็จ นี่คือสัญญาณเตือนที่ควรเข้ามาพบจิตแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด

อาการเหล่านี้ไม่ใช่ความอ่อนแอหรือการขาดวินัย แต่เป็นสภาวะความเจ็บป่วยทางจิตใจที่แฝงมาในรูปแบบของการกิน ไม่ว่าจะเป็นภาวะการรับประทานตามอารมณ์ (Emotional Eating) โรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder) ภาวะซึมเศร้า หรือความเครียดสะสมที่ได้กล่าวถึงไปข้างต้น การปล่อยปัญหาเหล่านี้ทิ้งไว้ นอกจากจะทำลายสุขภาพทางกายแล้ว ยังกัดกินความเคารพรักในตัวเองให้ลดลงไปทุกวัน

จิตแพทย์และนักจิตวิทยา โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) พร้อมดูแลและประเมินสภาวะทางจิตใจอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการกินผิดปกติ กระบวนการดูแลเริ่มตั้งแต่การประเมินเชิงลึกแบบรายบุคคล เพื่อค้นหาว่าความหิวบ่อยมีจุดเริ่มต้นจากอะไร จากนั้นจึงวางแผนการดูแลที่เหมาะสม เช่น การปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) การฝึกทักษะจัดการอารมณ์ การสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับการกิน รวมถึงการดูแลทางการแพทย์ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับภาวะทางจิตเวช

แนวทางการดูแลของ BMHH ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ปลอดภัยและไม่ตัดสิน เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการสามารถเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการกิน ความเครียด หรือความรู้สึกที่กดทับไว้ได้อย่างสบายใจ เป้าหมายไม่ใช่แค่หยุดอาการหิวบ่อย แต่คือการช่วยให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น ฟื้นฟูความสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ และกลับมาใช้ชีวิตได้โดยไม่ถูกควบคุมด้วยความอยากอาหารหรืออารมณ์อีกต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทําไมถึงตื่นเช้าแล้วหิวมาก

เกิดจากขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายจะอดอาหารเป็นเวลานาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง ประกอบกับฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) หรือฮอร์โมนกระตุ้นความหิวจะหลั่งออกมาสูงสุดในช่วงเช้า จึงเป็นกลไกธรรมชาติที่สั่งให้เราต้องหาอาหารมารับประทานเพื่อเติมพลังงาน

ทำไมเวลาเครียดถึงอยากรับประทานของหวาน

เมื่อร่างกายมีความเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะสั่งสมองให้หาพลังงานที่ย่อยง่ายและดูดซึมเร็วที่สุด ซึ่งก็คือน้ำตาล นอกจากนี้ การกินของหวานยังช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเซโรโทนิน (Serotonin) ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้นชั่วคราว จึงทำให้เราเสพติดการกินของหวานเวลาเครียด

หิวบ่อยตอนกลางคืนเป็นโรคอะไร

หากตื่นมากินกลางดึกเป็นประจำ อาจเข้าข่าย “กลุ่มอาการกินกลางคืน” (Night Eating Syndrome – NES) ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจ (Eating Disorder) ทั้งความเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล และโรคนอนไม่หลับ

อย่าปล่อยให้ความเครียดสั่งให้หิว ปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อปรับพฤติกรรม

อาการหิวบ่อยที่เกิดจากความผิดปกติทางอารมณ์ (Emotional Eating) หรือโรคกินไม่หยุด (Binge Eating Disorder) คือสภาวะการเจ็บป่วยทางจิตใจที่ต้องการการรักษาที่ถูกต้อง การฝืนอดอาหาร หรือใช้ยาลดน้ำหนักด้วยตัวเองอาจยิ่งทำให้ระบบเผาผลาญพังและอาการทางจิตใจแย่ลง การเข้ามาพบจิตแพทย์เพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุ จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด

โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลจิตเวชในเครือโรงพยาบาลเวชธานี เข้าใจดีว่าความสัมพันธ์ระหว่าง “อาหาร” และ “อารมณ์” มีความซับซ้อน จิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกพร้อมประเมินและดูแลผู้ที่มีปัญหาพฤติกรรมการกินผิดปกติอย่างเข้าใจ โดยมุ่งเน้นการรักษาแบบองค์รวม ผสมผสานการทำจิตบำบัดปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) ร่วมกับการใช้ยาอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความเครียด ปลดล็อกปมในใจ คืนสมดุลการกินที่สุขภาพดีอีกครั้ง

ผศ.พิเศษ นพ.ปราการ ถมยางกูร

จิตเวชผู้ใหญ่ – โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์

นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โทรศัพท์: 02-589-1889

LINE Official Account: @bmhh

Location: https://maps.app.goo.gl/MCKXwQMK1mCshWKdA

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความเพิ่มเติม