ยาต้านเศร้า ทำงานอย่างไร มีผลข้างเคียงไหม

Share
12 คำถามไขข้อสงสัยยา

สถานการณ์ภาวะซึมเศร้ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุกเพศทุกวัย ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าหลายวิธี เช่น การให้ยาต้านเศร้าหรือการทำจิตบำบัด แต่หลายคนอาจมีความกังวลหากกินยาต้านเศร้าจะช่วยรักษาโรคซึมเศร้าได้มากแค่ไหน และจะมีผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่

ยาต้านเศร้าคืออะไร

ยาต้านเศร้า คือยาที่ต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เพื่อใช้รักษาภาวะซึมเศร้าและภาวะอื่น ๆ ตามข้อบ่งชี้จากองค์การอาหารและยา เช่น โรคซึมเศร้าหรือภาวะซึมเศร้า โรคเกี่ยวกับการกินผิดปกติ โรควิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคแพนิค โรคเครียดหลังประสบเหตุการณ์รุนแรง และโรคกลัวสังคม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้กับภาวะอื่นได้อีก เช่น อาการปวดเรื้อรัง ไมเกรน นอนไม่หลับ เป็นต้น

ยาต้านเศร้า ออกฤทธิ์ หรือรักษาโรคซึมเศร้าได้อย่างไร

ยาต้านเศร้าออกฤทธิ์โดยการเข้าไปปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง หรือสารสื่อประสาทให้สมดุล โดยเฉพาะสารที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์และความรู้สึก เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) นอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) และโดปามีน (Dopamine)

เมื่อสารสื่อประสาทเหล่านี้กลับมาอยู่ในระดับที่สมดุล จะส่งผลให้อาการต่าง ๆ ของโรคซึมเศร้าค่อย ๆ ดีขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกเศร้าน้อยลง มีกำลังใจและแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น นอนหลับได้ดีขึ้น รวมถึงมีสมาธิและความสามารถในการตัดสินใจที่ดีขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ งานวิจัยบางชิ้นยังพบว่า การใช้ยาต้านเศร้าอย่างต่อเนื่องอาจช่วยส่งเสริมให้เซลล์สมองแข็งแรงและเพิ่มจำนวนขึ้นได้อีกด้วย

ยาต้านเศร้า มีอะไรบ้าง

ยาต้านเศร้ามีหลายกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทในสมองแตกต่างกันไป แพทย์จะเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับอาการและสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย

วิธีใช้ยาต้านเศร้า

ยาต้านเศร้ามีหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ดที่ต้องกลืนกับน้ำ แบบเม็ดที่ละลายในปาก และแบบน้ำ ซึ่งในตอนแรกแพทย์จะสั่งยาต้านเศร้าขนาดต่ำสุดที่ใช้ในการรักษาและค่อย ๆ เพิ่มขนาดยาตามอาการของโรค

กินยาต้านเศร้านานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล

ยาต้านเศร้าจะใช้เวลาหลายอาทิตย์ประมาณ 2-4 สัปดาห์กว่าจะออกฤทธิ์ ทำให้เห็นผลการรักษาด้านอารมณ์ว่าผู้ป่วยมีอารมณ์ที่ดีขึ้นหรือมีอารมณ์ด้านลบลดลง ส่วนอาการด้านสมาธิความจำจะดีขึ้นหลังจากอารมณ์ดีขึ้นซึ่งจะใช้เวลาหลายเดือน โดยยาต้านเศร้าบางตัวจะช่วยให้การนอนดีขึ้น ซึ่งผลด้านการนอนจะเห็นตั้งแต่มื้อแรกที่รับประทานยา

ต้องรับประทานยาต้านเศร้าตลอดชีวิตหรือไม่

รับประทานยาอย่างน้อย 6 เดือน หลังจากนั้นที่อาการสงบ แต่ถ้าเคยหายจากโรคซึมเศร้าแล้วกลับเป็นซ้ำ ซึมเศร้ายาวนานเรื้อรัง ซึมเศร้ารุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตายหรือต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล อาจพิจารณารับประทานยาต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกำเริบของโรค โดยกรณีเป็นซ้ำครั้งที่ 2 หรือมีอาการเศร้ารุนแรง ต้องทานยาต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 ปี หลังอาการสงบ กรณีเป็นซ้ำรอบที่ 3 ทานยาต่อเนื่องไม่ควรต่ำกว่า 5 ปี หลังจากอาการดีขึ้น

รับประทานยาต้านเศร้าแล้วจะได้ผลจริงหรือไม่

ยาต้านเศร้าก็เหมือนยาชนิดอื่น ที่การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคลต่อยาจะแตกต่างกัน จึงทำให้ผลการรักษา ขนาดยาที่ใช้ และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ จิตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วย นอกจากการรักษาด้วยยาแล้วในโรคซึมเศร้าจะมีการทำจิตบำบัดร่วมด้วยเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น และอาการสงบได้ยาวนานมากกว่าการรักษาเพียงชนิดเดียว

ข้อดีของการใช้ยานต้าเศร้า

ผลข้างเคียงของยาต้านเศร้ามีอะไรบ้าง

ยาต้านเศร้าแต่ละชนิดจะมีผลข้างเคียงแตกต่างกัน แม้กระทั่งยาตัวเดียวกันที่ผลิตจากคนละบริษัทก็อาจมีผลข้างเคียงหรือประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เช่น คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือ เจริญอาหาร ท้องผูก ปวดศีรษะ มึน ปากแห้ง คอแห้ง ง่วงนอน หรือ นอนหลับยากขึ้น ความต้องการทางเพศลดลง

แม้ผลข้างเคียงจะมีอาการมากในช่วงแรกของการเริ่มกินยา ถ้ากินยาต่อเนื่องไปผลข้างเคียงจะค่อย ๆ ลดลง ผู้ป่วยสามารถแจ้งแพทย์เรื่องผลข้างเคียงได้ ถ้าไม่สามารถทนต่อผลข้างเคียงของยาตัวนั้นได้แพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนยา

ข้อควรระวังในการใช้ยาต้านเศร้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาต้านเศร้า

ยาต้านเศร้าทำให้อ้วนหรือไม่

ยาต้านเศร้ามีทั้งชนิดที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มและชนิดที่ทำให้น้ำหนักลด ยาไม่ได้ทำให้น้ำหนักขึ้นโดยตรงแต่เพิ่มความยากอาหาร ทั้งนี้การที่น้ำหนักขึ้นอาจไม่ได้เกิดจากยาเพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น ผู้ป่วยบางคนมีอาการน้ำหนักลดลงมากในช่วงเป็นซึมเศร้า เมื่อรับการรักษาด้วยยาจนอาการดีขึ้นเริ่มกลับมากินอาหารได้ น้ำหนักจึงขึ้นมาเพราะอารมณ์กลับมาปกติและกินอาหารได้ และน้ำหนักขึ้นตามอายุที่มากขึ้น มีภาวะเมตาโบลิซึมลดลง ถ้าผู้ป่วยกังวลเรื่องน้ำหนักตัวสามารถแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาหลีกเลี่ยงยาที่ทำให้น้ำหนักขึ้น หรือถ้าจำเป็นต้องใช้ยาตัวนั้นจริง ๆ ควรควบคุมน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังร่วมด้วย

รู้ได้อย่างไรว่ายาต้านเศร้าที่รับประทานอยู่เหมาะกับเรา

รับประทานยาแล้วรู้สึกว่าอาการดีขึ้น, รับผลข้างเคียงของยาได้, กลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

รับประทานยาต้านเศร้าขณะตั้งครรภ์ได้หรือไม่

ต้องมีการชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงและประโยชน์ของยาที่ใช้ในขณะตั้งครรภ์ ซึ่งผู้ป่วยและแพทย์จะพิจารณาร่วมกัน ผู้ป่วยแต่ละคนมีลักษณะอาการและสถานการณ์ความเครียดแตกต่างกัน ทางเลือกว่าจะใช้หรือไม่ใช้ยาจึงไม่ตายตัว ทั้งนี้ความเสี่ยงของการเกิดทารกผิดปกติจากยาต้านเศร้ามีต่ำมาก ในทางตรงกันข้าม คุณแม่ที่มีอาการซึมเศร้ารุนแรงกลับเพิ่มความเสี่ยงของทารกเจริญเติบโตน้อยลง คลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อย และมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จิตแพทย์สามารถเลือกยาที่มีความเสี่ยงต่ำมากๆ กับทารกได้ ในกรณีที่การรักษาแม้มีความจำเป็น รวมถึงช่วงให้นมบุตร ทั้งนี้ ความผิดปกติของทารกในการตั้งครรภ์ปกติ มีโอกาสประมาณ 3% อยู่แล้ว

ดื่มเหล้าพร้อมยาต้านเศร้าได้หรือไม่

 ควรดื่มแต่พอเหมาะ ไม่ควรเกิน 2 ดื่มมาตรฐานต่อวัน, ไม่เกินสัปดาห์ละ 4 ครั้ง หากดื่มหนักอาจต้องปรับลดหรือหยุดยาช่วยนอนที่ได้รับด้วย แต่ไม่ควรหยุดยาต้านเศร้า ผู้ป่วยที่หยุดยาไม่ได้เกิดจากสารสื่อประสาท ไม่กลับไปสมดุลเดิมจึงต้องมียาปรับไว้

กินยาต้านเศร้าแล้วติดยาหรือไม่

ยาต้านเศร้าไม่มีฤทธิ์เสพติด

การใช้ยาต้านเศร้าต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ยาต้านเศร้าเป็นยาที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะทางจิตใจอื่น ๆ โดยออกฤทธิ์ปรับสมดุลสารเคมีในสมองโดยตรง การใช้ยาต้องอาศัยความอดทนเนื่องจากจะใช้เวลาสักพักกว่าจะเห็นผล และจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อจัดการผลข้างเคียงและปรับยาให้เหมาะสม การใช้ยาอย่างถูกต้องร่วมกับการทำจิตบำบัดจะนำไปสู่ผลการรักษาที่ดีและยั่งยืน

การใช้ยาต้านเศร้าอย่างปลอดภัย เริ่มต้นจากการปรึกษาจิตแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตในเครือโรงพยาบาลเวชธานี เรามีทีมจิตแพทย์ที่พร้อมประเมินสภาวะของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อเลือกใช้ยาที่เหมาะสมที่สุด ควบคู่ไปกับการบำบัดอื่น ๆ เพื่อให้คุณฟื้นฟูสุขภาพจิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โทรศัพท์: 02-589-1889

LINE Official Account: @bmhh

Location: https://maps.app.goo.gl/MCKXwQMK1mCshWKdA

บทความโดย
นพ.ภูมิปภพ สุนศุข
จิตเวชผู้ใหญ่
โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) / Bangkok Mental Health Hospital (BMHH)

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความเพิ่มเติม