สุขภาพใจมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพกาย ในปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสนใจและตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิตกันมากขึ้น แต่หลายครั้งอาการทางใจที่เกิดขึ้นอาจถูกมองข้ามหรือเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงเรื่องของอารมณ์ชั่ววูบ หรือนิสัยส่วนตัว การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของโรคจิตเวชที่พบบ่อย จะช่วยให้เราสามารถสังเกตความผิดปกติของตนเองและคนใกล้ชิดได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อนำไปสู่การขอความช่วยเหลือและการรักษาที่เหมาะสม ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
โรคจิตเวช คืออะไร
โรคจิตเวช คือกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติทางความคิด อารมณ์ ความรู้สึก หรือพฤติกรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงาน การเรียน และความสัมพันธ์กับผู้อื่น อาการเหล่านี้ไม่ใช่ความอ่อนแอทางจิตใจ แต่เกิดจากความผิดปกติของการทำงานในสมอง สารเคมีในสมองไม่สมดุล หรือปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่วนใหญ่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้
8 โรคจิตเวชที่พบบ่อย มีอะไรบ้าง

โรคจิตเวชมีหลากหลายประเภทและมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันออกไป แต่จุดร่วมสำคัญคือมักส่งผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยโรคที่พบได้บ่อยมีดังนี้
1. โรคซึมเศร้า (Depression)
โรคซึมเศร้าไม่ใช่แค่ความรู้สึกอ่อนไหวหรือความเศร้าเสียใจตามปกติที่เกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหายไปเอง แต่เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของสมองและสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพจิตใจ ความคิด และร่างกาย ผู้ป่วยจะจมอยู่ในความรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง หรือว่างเปล่าอย่างรุนแรงและต่อเนื่องยาวนานเกินกว่า 2 สัปดาห์ จนไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือเรียนได้ตามปกติ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่ความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ได้
อาการของโรค
- รู้สึกเศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่ายกับชีวิต
- หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ
- มีปัญหาการกินและการนอน (กินน้อย/มากไป นอนไม่หลับ/หลับมากไป)
- รู้สึกไร้ค่า โทษตัวเอง หรือมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง
- สมาธิสั้นลง ตัดสินใจช้า
2. โรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder)
โรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่มีลักษณะเด่นคือ อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างสองขั้วที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน คือกลุ่มอารมณ์ดีสุดขั้ว (Mania) และกลุ่มอารมณ์ซึมเศร้า (Depression) โดยในแต่ละช่วงอารมณ์อาจกินเวลานานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ไม่ใช่การเปลี่ยนอารมณ์ไปมาแบบรายวันหรือรายชั่วโมงเหมือนที่หลายคนเข้าใจผิด ความแปรปรวนนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการตัดสินใจ ความสัมพันธ์ และหน้าที่การงานของผู้ป่วย
อาการของโรค
- ช่วงซึมเศร้า (Depression): รู้สึกเศร้า ไม่มีความหวัง ไม่อยากทำอะไร มีปัญหาการนอนหลับ มีความคิดอยากตาย
- ช่วงอารมณ์ดีสุดขั้ว (Mania): อารมณ์ดีคึกคักผิดปกติ พลังงานล้นเหลือ พูดเร็ว ความคิดแล่นเร็ว มั่นใจในตัวเองสูง ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือหงุดหงิดก้าวร้าวได้ง่ายหากถูกขัดใจ
3. โรคแพนิค (Panic Disorder)
โรคแพนิคเกิดจากการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินไป ทำให้เกิดอาการกลัวหรือตื่นตระหนกอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน (Panic Attack) ทั้งที่ไม่ได้เผชิญกับอันตรายใด ๆ อาการมักเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงจนผู้ป่วยรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย หัวใจวาย หรือควบคุมตัวเองไม่ได้
อาการของโรค
- ใจสั่น หัวใจเต้นแรง เหงื่อแตก ตัวสั่น
- หายใจไม่อิ่ม รู้สึกเหมือนจะขาดใจ
- วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม
- กลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ กลัวตาย หรือกลัวเป็นบ้า

4. โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder – GAD)
ผู้ป่วยโรคนี้จะมีความกังวลในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมากเกินความจำเป็นและไม่สามารถควบคุมได้ เช่น กังวลเรื่องงาน เรื่องสุขภาพ เรื่องอุบัติเหตุ หรือเรื่องครอบครัว ทั้งที่จริง ๆ แล้วอาจไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นเลย หรือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แต่ผู้ป่วยจะคิดวนเวียนและมองโลกในแง่ร้ายเสมอ ความกังวลนี้จะเกิดขึ้นเกือบตลอดเวลาติดต่อกันนานหลายเดือน จนส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยทางกายตามมา
อาการของโรค
- กังวลกับเรื่องเล็กน้อยจนเกินจริง
- กระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย
- สมาธิสั้น ใจลอย
- มีอาการทางกาย เช่น ปวดตึงกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
5. โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder – OCD)
เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะมีความคิดซ้ำ ๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวและทำให้เกิดความกังวลใจ (ย้ำคิด) เช่น กลัวเชื้อโรค กังวลว่าลืมปิดแก๊ส ต้องการความเป็นระเบียบอย่างสมบูรณ์แบบ จนต้องตอบสนองด้วยการทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ (ย้ำทำ) เพื่อลดความกังวลนั้น เช่น ล้างมือซ้ำ ๆ เดินกลับไปเช็กกลอนประตูหลายรอบ ซึ่งผู้ป่วยมักรู้ตัวว่าการกระทำนั้นไม่สมเหตุสมผลแต่ก็ไม่สามารถหยุดความคิดและการกระทำของตนเองได้ ทำให้เสียเวลาชีวิตและเกิดความทุกข์ทรมาน
อาการของโรค
- ย้ำคิด: กลัวความสกปรก สงสัยว่าลืมปิดไฟ/ล็อกประตู ต้องการความเป็นระเบียบเป๊ะ ๆ
- ย้ำทำ: ล้างมือซ้ำ ๆ ตรวจเช็กกลอนประตูหลายรอบ จัดของให้เป็นระเบียบในรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ
6. โรคจิตเภท (Schizophrenia)
โรคจิตเภทเป็นโรคที่มีความรุนแรงและซับซ้อน ผู้ป่วยจะมีความผิดปกติของความคิด การรับรู้ และพฤติกรรม ทำให้ไม่สามารถแยกแยะระหว่างเรื่องจริงกับจินตนาการได้ อาจมีการสร้างโลกของตัวเองขึ้นมา มีความเชื่อที่ผิดปกติอย่างฝังแน่น หรือมีการรับรู้ทางประสาทสัมผัสที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิต การดูแลตัวเอง และการเข้าสังคม จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาอย่างต่อเนื่อง
อาการของโรค
- อาการประสาทหลอน: หูแว่ว เห็นภาพหลอน
- อาการหลงผิด: เชื่อในเรื่องที่ไม่จริง เช่น คิดว่ามีคนปองร้าย คิดว่าตนเองมีอำนาจวิเศษ
- พฤติกรรมและคำพูด: พูดไม่รู้เรื่อง สับสน หรือมีพฤติกรรมแปลกแยก เก็บตัว

7. โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (Post-Traumatic Stress Disorder)
โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือ PTSD เป็นโรคที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลนั้นได้ผ่านหรือเห็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายและรุนแรงมาก เช่น ภัยพิบัติ สงคราม การถูกทำร้ายร่างกาย การถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรืออุบัติเหตุร้ายแรง แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว แต่ผู้ป่วยยังคงรู้สึกหวาดกลัวและเหมือนเหตุการณ์นั้นยังคงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ (Flashback) อยู่ในใจ ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล และพยายามหลีกเลี่ยงทุกสิ่งที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์นั้น
อาการของโรค
- อาการ PTSD คือเห็นภาพเหตุการณ์ร้ายย้อนกลับมา (Flashback) หรือฝันร้าย
- พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์
- ตกใจง่าย หวาดระแวง อารมณ์แปรปรวน
- รู้สึกห่างเหินจากผู้คน
8. โรคสมาธิสั้น (Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder – ADHD)
โรคสมาธิสั้นมักเริ่มแสดงอาการให้เห็นตั้งแต่ในวัยเด็ก เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ควบคุมสมาธิและการยับยั้งชั่งใจ ทำให้เด็กมีพฤติกรรมซน อยู่ไม่นิ่ง วอกแวกง่าย และหุนหันพลันแล่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเรียนและการเข้าสังคม หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง อาการเหล่านี้มักจะต่อเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยอาการซนอาจลดลงแต่จะกลายเป็นความรู้สึกกระวนกระวายใจภายใน ทำงานไม่เสร็จ ขี้ลืม หรือใจร้อนวู่วามแทน
อาการของโรค
- ขาดสมาธิ: วอกแวกง่าย ทำงานไม่เสร็จ ขี้ลืม ทำของหายบ่อย
- ซนอยู่ไม่นิ่ง (Hyperactive): ยุกยิก นั่งไม่ติดที่ พูดมาก
- หุนหันพลันแล่น: ใจร้อน รอคอยไม่ได้ พูดแทรก
โรคจิตเวชรักษาหายขาดได้ไหม หรือต้องกินยาตลอดชีวิต
โรคจิตเวชสามารถรักษาให้ดีขึ้นและควบคุมอาการให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาในการกินยาจะแตกต่างกันไปในแต่ละโรคและแต่ละบุคคล บางโรคอาจหยุดยาได้เมื่อรักษาหายและไม่กลับมาเป็นซ้ำในระยะเวลาหนึ่ง แต่บางโรคอาจต้องทานยาควบคุมอาการในระยะยาวเพื่อป้องกันการกำเริบ
จิตเวชผู้ใหญ่ – โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โรคจิตเวชในผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง
โรคสมองเสื่อม (Dementia) และโรคซึมเศร้า ซึ่งอาจมาด้วยอาการหลงลืม พฤติกรรมเปลี่ยน หรือบ่นเจ็บป่วยทางกายบ่อย ๆ โดยหาสาเหตุไม่พบ
คนใกล้ตัวมีอาการ ควรช่วยเหลืออย่างไร
รับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสิน ให้กำลังใจ และชักชวนให้ไปปรึกษาจิตแพทย์ โดยอาจเสนอตัวเป็นเพื่อนไปโรงพยาบาลด้วย
การใช้ยาโรคจิตเวชมีผลข้างเคียงระยะยาวหรือไม่
ผลข้างเคียงระยะยาวมีน้อยหากใช้ในขนาดที่แพทย์แนะนำและมีการติดตามผลเลือดหรือสุขภาพตามนัด
พบอาการน่าสงสัย ปรึกษาจิตแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์
สุขภาพใจเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรปล่อยปละละเลย หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีสัญญาณเตือนของโรคจิตเวช การเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ คือทางออกที่ดีที่สุด การดูแลรักษาที่ถูกต้องจะช่วยคืนคุณภาพชีวิตและความสุขให้กลับคืนมาได้อีกครั้ง
โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลที่ดูแลปัญหาทางจิตใจในเครือโรงพยาบาลเวชธานี เรามีความพร้อมในการดูแลสุขภาพจิตแบบครบวงจร ด้วยทีมสหวิชาชีพที่ประกอบด้วยจิตแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิก พยาบาลจิตเวช และนักกิจกรรมบำบัด ที่ทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ทุกขั้นตอนเน้นดูแลอย่างรอบด้านตั้งแต่การประเมิน วางแผนบำบัดรายบุคคล ไปจนถึงการติดตามผลเพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัว และปลอดภัย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดสำหรับการฟื้นฟูสุขภาพใจ
นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์: 02-589-1889
LINE Official Account: @bmhh
บทความที่เกี่ยวข้อง
หิวบ่อยหิวตลอดเวลา ป่วยกายหรือป่วยใจ รู้สาเหตุและวิธีรับมือ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงหิวบ่อยทั้งที่เพิ่งทานข้าวอิ่ม […]
ไซเบอร์บูลลี่ เมื่อคำพูดบนหน้าจอกลายเป็นบาดแผลทางจิตใจ
การสื่อสารบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต […]
Cognitive Behavioral Therapy (CBT) จิตบำบัดเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม
สุขภาพจิตที่แข็งแรงเริ่มต้นจาก “ความคิด” ที […]
Talk to Doctor
Call Us
Line BMHH