พ่อแม่หลายท่านที่มีลูกป่วยเป็นโรคสมาธิสั้น หรือ ADHD มักมีความกังวลใจเมื่อแพทย์แนะนำให้ใช้ยาในการรักษา คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว ไม่ว่าจะเป็น “ยาจะไปกดประสาทลูกไหม” “กินแล้วจะติดยาหรือเปล่า” หรือ “ต้องกินไปตลอดชีวิตไหม” ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ จากข้อมูลพบว่า ยารักษาโรคสมาธิสั้นเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยเมื่อใช้อย่างถูกวิธี บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับยารักษาโรคสมาธิสั้น เพื่อคลายความกังวลและช่วยให้คุณตัดสินใจเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกได้อย่างมั่นใจ
ยารักษาโรคสมาธิสั้นคืออะไร
ยารักษาโรคสมาธิสั้น คือยาที่ออกฤทธิ์ปรับสมดุลสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า “โดปามีน” (Dopamine) และ “นอร์เอพิเนฟริน” (Norepinephrine) ซึ่งในเด็กสมาธิสั้นจะมีระดับของสารสื่อประสาทเหล่าเหล่านี้ต่ำกว่าปกติ ทำให้สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ควบคุมสมาธิ การยับยั้งชั่งใจ และการวางแผน ทำงานได้ไม่เต็มที่ ยาจะเข้าไปช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเหล่านี้ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่งผลให้เด็กสามารถจดจ่อกับสิ่งต่าง ๆ ได้นานขึ้น ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของตนเองได้ดีขึ้น และลดความซุกซนอยู่ไม่นิ่งลงได้
ประเภทของยารักษาโรคสมาธิสั้น

ยารักษาโรคสมาธิสั้นที่ใช้กันในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ตามกลไกการออกฤทธิ์
กลุ่มยากระตุ้นสมองหรือประสาทส่วนกลาง (Stimulants)
เป็นยากลุ่มหลักที่นิยมใช้และให้ผลการรักษาดีแบ่งออกเป็นกลุ่ม Methylphenidate และกลุ่ม Lisdexamfetamine dimesylate โดยตัวยาสำคัญคือ เมทิลเฟนิเดต (Methylphenidate) ซึ่งสามารถแบ่งย่อยได้ตามระยะเวลาการออกฤทธิ์ เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเด็กแต่ละคน
- ชนิดออกฤทธิ์สั้น (Immediate Release) เช่น ยา Ritalin, Rubifen และ Methylphenidate GPO ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30-60 นาที และระยะเวลาการออกฤทธิ์ 3-4 ชั่วโมง ข้อดีคือเห็นผลไวและปรับขนาดยาได้ง่าย แต่ข้อเสียคือต้องกินยาบ่อย 2-3 ครั้งต่อวัน ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับเด็กที่ต้องกินยาที่โรงเรียน
- ชนิดออกฤทธิ์ยาว (Extended Release) เช่น ยา Concerta หรือ Ritalin LA ออกฤทธิ์นาน 8 – 12 ชั่วโมง ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการกินยาบ่อย โดยยาจะค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยาออกมาตลอดทั้งวัน ระยะเวลาการออกฤทธิ์ 8-12 ชั่วโมง เพียงกินแค่มื้อเช้าครั้งเดียวก็ได้ตลอดวันเวลาทั้งวัน
กลุ่มยาที่ไม่กระตุ้นสมองหรือประสาทส่วนกลาง (Non-Stimulants)
กลุ่มยา Lisdexamfetamine dimesylate: ร่างกายจะเปลี่ยนสาร Lisdaxampafimine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของยาที่ยังไม่มีฤทธิ์ เป็นสารออกฤทธิ์ dextroamphetamine ในกระแสเลือดภายใน 90 – 120 นาที ระยะเวลาออกฤทธิ์ 13 – 14 ชั่วโมง ระดับยาที่เพิ่มขึ้น และลดลงอย่างช้าๆ จะช่วยป้องกันอารมณ์หงุดหงิด เป็นยากลุ่มทางเลือกสำหรับเด็กที่ไม่ตอบสนองต่อยากลุ่มแรก หรือมีผลข้างเคียงมากจนทนไม่ได้ ตัวยาสำคัญคือ อะโทม็อกซีทีน (Atomoxetine) ซึ่งออกฤทธิ์เพิ่มสารนอร์เอพิเนฟรินในสมองเช่นกัน ข้อดีคือออกฤทธิ์ได้ยาวนาน และไม่จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่ข้อเสียคือยาจะออกฤทธิ์ช้ากว่า ต้องกินต่อเนื่อง 2-4 สัปดาห์จึงจะเริ่มเห็นผลชัดเจน
ผลข้างเคียงของยารักษาโรคสมาธิสั้น
ยากลุ่มกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ผลข้างเคียงที่มักพบได้บ่อยคือ อาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ และมีอาการใจสั่น ส่วนในยากลุ่มที่ไม่ใช่ยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คือ อาการง่วงนอน ปากแห้ง และความดันโลหิตสูง
สิ่งสำคัญคือ ร่างกายของแต่ละคนมีการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกัน แม้จะใช้ยาตัวเดียวกัน ในปริมาณเท่ากัน เด็กบางคนอาจเจอผลข้างเคียงมาก ในขณะที่บางคนอาจไม่มีอาการเลย หรืออาการข้างเคียงอาจแปรผันตามปริมาณยาที่ใช้ ดังนั้น การรักษาจึงต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับเปลี่ยนชนิดและขนาดยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายที่สุด เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพโดยที่มีผลกระทบน้อย
เด็กรับประทานยารักษาโรคสมาธิสั้นแล้วจะติดยาไหม

ยารักษาโรคสมาธิสั้นไม่ทำให้เกิดการติดยาในเด็กที่ใช้ตามคำสั่งแพทย์ และเด็กสามารถหยุดยาได้เมื่ออาการดีขึ้น ทั้งนี้ การหยุดยาควรปรึกษาและอยู่ในวินิจฉัยของแพทย์
เมื่อเริ่มกังวลว่าลูกอาจเป็นสมาธิสั้น การพูดคุยกับจิตแพทย์คือสิ่งสำคัญ
หากคุณสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการซน อยู่ไม่นิ่ง วอกแวกง่าย จนกระทบการเรียนหรือความสัมพันธ์กับเพื่อน การพาเด็ก ๆ มาปรึกษาจิตแพทย์คือทางออกที่ดีที่สุด โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) เราให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุม จุดเด่นของเราคือความพร้อมของยาที่หลากหลายและครบครัน ทำให้การรักษาของผู้ป่วยมีความต่อเนื่องไม่สะดุด นอกจากนี้ ทีมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นของเรายังเน้นการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเลือกยาที่เหมาะสมที่สุดกับกิจวัตรประจำวันของเด็กแต่ละคน เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ยาสมาธิสั้นอันตรายไหม
หากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ในขนาดที่เหมาะสม ถือว่าเป็นยาที่ปลอดภัยมากและไม่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองในระยะยาว
จำเป็นต้องรับประทานยาไปนานแค่ไหน
ระยะเวลาการใช้ยาขึ้นอยู่กับอาการของเด็กแต่ละคน เด็กบางคนเมื่อโตขึ้น สมองพัฒนาเต็มที่ และฝึกฝนการควบคุมตนเองได้ดีแล้ว ก็สามารถหยุดยาได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและทดลองหยุดยาเป็นระยะเพื่อดูความจำเป็นในการใช้ยาต่อไป
มีวิธีอื่นที่จะช่วยรักษาเด็กสมาธิสั้นได้หรือไม่
การรักษาที่ดีที่สุดคือการผสมผสาน ทั้งการใช้ยาเพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง และการปรับพฤติกรรม การฝึกทักษะสังคม และการปรับสิ่งแวดล้อมทั้งที่บ้านและโรงเรียน เพื่อให้เด็กเรียนรู้ที่จะจัดการกับตัวเองได้อย่างยั่งยืน
ยารักษาโรคสมาธิสั้นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของจิตแพทย์เพื่อความปลอดภัย
ยารักษาโรคสมาธิสั้นเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น การซื้อยากินเองหรือปรับขนาดยาเองอาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หรือประสิทธิภาพการรักษาที่ไม่ดีพอ การดูแลโดยจิตแพทย์จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเด็กได้รับยาที่ถูกต้อง ในขนาดที่พอเหมาะ และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับเปลี่ยนแผนการรักษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเด็กในแต่ละช่วงวัย
หากคุณกำลังมองหาการดูแลที่ใส่ใจและเข้าใจ ที่โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลจิตเวชในเครือโรงพยาบาลเวชธานี เรามีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกหลานของคุณเสมือนคนในครอบครัว ด้วยความพร้อมด้านยาและทีมสหวิชาชีพที่มีมากประสบการณ์ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้เด็กสมาธิสั้นทุกคนกลับมามีความสุขกับการเรียนรู้และเติบโตอย่างมั่นใจ
จิตเวชผู้ใหญ่ – โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์
นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์: 02-589-1889
LINE Official Account: @bmhh
บทความที่เกี่ยวข้อง
หิวบ่อยหิวตลอดเวลา ป่วยกายหรือป่วยใจ รู้สาเหตุและวิธีรับมือ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงหิวบ่อยทั้งที่เพิ่งทานข้าวอิ่ม […]
ไซเบอร์บูลลี่ เมื่อคำพูดบนหน้าจอกลายเป็นบาดแผลทางจิตใจ
การสื่อสารบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต […]
Cognitive Behavioral Therapy (CBT) จิตบำบัดเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม
สุขภาพจิตที่แข็งแรงเริ่มต้นจาก “ความคิด” ที […]
Talk to Doctor
Call Us
Line BMHH