การสื่อสารบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต่ความสะดวกสบายนี้มักเป็นดาบสองคม เมื่อตัวอักษรเพียงไม่กี่คำถูกพิมพ์ลงไปเพื่อทำร้ายผู้อื่น ปัญหาไซเบอร์บูลลี่จึงกลายเป็นภัยเงียบที่สร้างบาดแผลลึกทางจิตใจให้ผู้ถูกกระทำอย่างรุนแรง บางครั้งลุกลามจนกลายเป็นความสูญเสีย การทำความเข้าใจและรู้เท่าทันไซเบอร์บูลลี่จะช่วยป้องกันและรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวได้ทันเวลา
รู้จักไซเบอร์บูลลี่ (Cyberbullying) คืออะไร
ไซเบอร์บูลลี่ (Cyberbullying) หรือการระรานทางโลกออนไลน์ หมายถึงพฤติกรรมการกลั่นแกล้ง คุกคาม หรือให้ร้ายผู้อื่นผ่านเครื่องมือสื่อสารและแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันสนทนา หรือเกมออนไลน์ การกระทำไซเบอร์บูลลี่เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะทำให้เป้าหมายรู้สึกอับอาย หวาดกลัว หรือเสียใจ ความน่ากลัวของไซเบอร์บูลลี่อยู่ตรงที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ข้อมูลมักแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและลบออกจากระบบได้ยาก ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกเหมือนถูกโจมตีอยู่ตลอดเวลา
รูปแบบของไซเบอร์บูลลี่ มีอะไรบ้าง

พฤติกรรมไซเบอร์บูลลี่เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบและมักเปลี่ยนไปตามแพลตฟอร์มใหม่ ๆ โดยรูปแบบที่พบบ่อยมีดังนี้
การก่อกวนและข่มขู่คุกคาม (Harassment)
- ส่งข้อความด่าทอหรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย
- ข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายผ่านทางข้อความส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ
- สร้างความหวาดกลัวให้เป้าหมายของการไซเบอร์บูลลี่อย่างต่อเนื่อง
การให้ร้ายใส่ความและสร้างข่าวปลอม (Fake News / Slander)
- กุเรื่องแต่งข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง
- โพสต์ข้อความบิดเบือนเพื่อทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดและเกลียดชังเป้าหมาย
- ทำให้เหยื่อไซเบอร์บูลลี่เสื่อมเสียชื่อเสียงในสังคม
การแอบอ้างตัวตน (Impersonation)
- ขโมยรูปภาพ ข้อมูลส่วนตัว ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
- สร้างบัญชีปลอมโดยใช้ชื่อของผู้อื่นเพื่อไปกระทำสิ่งไม่ดีหรือหลอกลวง
- โพสต์ข้อความที่ทำให้เจ้าของชื่อตัวจริงได้รับความเสียหาย
การกีดกันออกจากกลุ่มออนไลน์ (Exclusion)
- จงใจลบเพื่อนออกจากกลุ่มสนทนา
- ตั้งกลุ่มใหม่โดยจงใจทิ้งใครบางคนไว้ข้างหลัง
- สร้างความรู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยก ซึ่งถือเป็นการไซเบอร์บูลลี่ทางความรู้สึก
การประจานหรือแบล็กเมล์ (Outing / Blackmail)
- นำความลับ ภาพหลุด หรือข้อมูลส่วนตัวมาเผยแพร่
- ใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อข่มขู่กรรโชกและต่อรอง
ผลกระทบของไซเบอร์บูลลี่ รุนแรงแค่ไหน

เมื่อตกเป็นเหยื่อของไซเบอร์บูลลี่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จบแค่ความไม่สบายใจชั่วขณะ แต่สามารถส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก และการใช้ชีวิตในระยะยาว
บาดแผลทางใจ
- สูญเสียความมั่นใจในตัวเองและรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า
- เกิดความหวาดระแวง อับอาย และวิตกกังวล และหวาดระแวง
- นำไปสู่ความเครียดสะสมและภาวะซึมเศร้าที่ฝังลึกยาวนานจากเหตุการณ์ไซเบอร์บูลลี่
ผลกระทบทางกายและพฤติกรรม
- ร่างกายทรุดโทรม เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง นอนไม่หลับ หรือเบื่ออาหาร
- ผลการเรียนแย่ลง ไม่อยากไปโรงเรียน
- แยกตัวออกจากสังคมและคนรอบข้าง
การทำร้ายตัวเองและการฆ่าตัวตาย
- รู้สึกสิ้นหวังจนเกิดพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง
- ในกรณีที่ถูกไซเบอร์บูลลี่อย่างหนักและหาทางออกไม่ได้ อาจนำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิต
สาเหตุที่ทำให้เกิดการบูลลี่บนโลกออนไลน์
คนที่ชอบไซเบอร์บูลลี่ผู้อื่น มักอาศัยข้อได้เปรียบของการไม่เปิดเผยตัวตนบนอินเทอร์เน็ต ทำให้กล้าทำสิ่งที่ไม่ดีง่ายขึ้น โดยมีสาเหตุดังนี้
- ความต้องการมีอำนาจเหนือผู้อื่นหรือเรียกร้องความสนใจ
- ความรู้สึกอิจฉาหรือต้องการกดให้ผู้อื่นดูต่ำกว่าตนเอง
- การมีบาดแผลในใจจากการเคยถูกรังแกมาก่อน จึงมาระบายอารมณ์กับคนอื่นผ่านการไซเบอร์บูลลี่
- การคิดว่าโลกออนไลน์คือพื้นที่ระบายอารมณ์ส่วนตัวที่ทำอะไรก็ไม่มีใครรู้
วิธีรับมือเมื่อตกเป็นเหยื่อไซเบอร์บูลลี่
- หยุดโต้ตอบ การด่าทอกลับจะยิ่งทำให้สถานการณ์ไซเบอร์บูลลี่แย่ลงและเข้าทางผู้ที่มาก่อกวน
- เก็บหลักฐาน แคปหน้าจอข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอที่มีการไซเบอร์บูลลี่ไว้เพื่อใช้ดำเนินคดีทางกฎหมาย
- บล็อกและรายงาน ปิดกั้นช่องทางการติดต่อและกดรายงานไปยังผู้ให้บริการเพื่อลบเนื้อหาไซเบอร์บูลลี่ที่ไม่เหมาะสม
- บอกคนใกล้ชิด เล่าปัญหาไซเบอร์บูลลี่ให้คนที่ไว้ใจฟัง เช่น พ่อแม่ ครู หรือเพื่อนสนิท เพื่อหาทางแก้ไข
บทบาทของพ่อแม่และครู ในการป้องกันและช่วยเหลือ
พ่อแม่ควรสอดส่องดูแล สังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบว่าลูกเงียบซึมหรือกลัวการจับโทรศัพท์มือถือ ควรเข้าไปพูดคุยรับฟังอย่างเปิดใจ หลีกเลี่ยงการตำหนิ ไม่ห้ามเล่นอินเทอร์เน็ตทันที แต่ควรช่วยหาวิธีรับมือปัญหาไซเบอร์บูลลี่อย่างถูกต้อง
ครูควรสอนการรู้เท่าทันสื่อ สอดส่องพฤติกรรมเด็กในโรงเรียนและสอนให้เด็กรู้จักมารยาทในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อไม่ให้เด็กกลายเป็นทั้งเหยื่อและผู้กระทำไซเบอร์บูลลี่เสียเอง
เมื่อไหร่ที่ควรพาลูกหลานมาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
ปัญหาไซเบอร์บูลลี่บางครั้งสร้างผลกระทบทางจิตใจที่ลึกและต่อเนื่อง จนยากต่อการดูแลเพียงลำพังในครอบครัว หากพบว่าลูกหลานมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ซึมเศร้า ร้องไห้บ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ฝันร้าย นอนไม่หลับ หรือเริ่มพูดถึงความตาย ควรให้ความสำคัญอย่างจริงจัง การพาเด็กเข้ารับการประเมินกับจิตแพทย์เด็กหรือนักจิตวิทยาจะช่วยให้เข้าใจสภาพจิตใจได้ชัดเจน และวางแนวทางการดูแลได้เหมาะสมตั้งแต่ระยะต้น
การมีพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้พูดถึงสิ่งที่เผชิญ ช่วยลดความกดดันภายในใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านประสบการณ์ไซเบอร์บูลลี่และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง
ที่โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น นักจิตวิทยาคลินิก และบุคลากรทางการแพทย์ทำงานร่วมกันในการดูแลเด็กและวัยรุ่นอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินเชิงลึก การทำจิตบำบัดรายบุคคล การเสริมทักษะการจัดการอารมณ์ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับครอบครัวเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฟื้นตัว แนวทางการดูแลเน้นความเข้าใจและไม่ตัดสิน เพื่อให้เด็กค่อย ๆ กลับมามีความมั่นใจ รู้สึกปลอดภัย และใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้งอย่างมั่นคง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โทษของไซเบอร์บูลลี่คืออะไร
การกระทำไซเบอร์บูลลี่มีความผิดทางกฎหมายหลายข้อหา หากเป็นการโพสต์ด่าทอให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท หากนำภาพไปตัดต่อหรือแชร์ข้อมูลเท็จที่สร้างความเสียหาย จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับเงิน
ไซเบอร์บูลลี่ส่งผลต่อสังคมปัจจุบันอย่างไร
ไซเบอร์บูลลี่ สร้างค่านิยมที่ผิดเพี้ยน ทำให้เกิดความเคยชินกับการใช้ความรุนแรงทางคำพูด สังคมกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยการจับผิด ส่งผลให้คนขาดความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และทำให้พื้นที่ออนไลน์กลายเป็นสนามอารมณ์ของการไซเบอร์บูลลี่ที่ไม่ปลอดภัย
พ่อแม่ควรทำอย่างไร ถ้าลูกไม่ยอมบอกว่าโดนบูลลี่ออนไลน์
หากสงสัยว่าลูกโดนไซเบอร์บูลลี่แต่ไม่ยอมพูด พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมเงียบ ๆ สร้างบรรยากาศในบ้านให้ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเค้นถาม ใช้คำถามปลายเปิดเพื่อแสดงความเป็นห่วง หากลูกยังปิดกั้น การปรึกษาจิตแพทย์เพื่อให้ผู้ที่เข้าใจจิตวิทยาวัยรุ่นเข้ามาช่วยพูดคุย จะเป็นแนวทางที่ช่วยให้เด็กยอมเปิดใจได้ดีกว่า
สร้างภูมิคุ้มกันใจให้ลูกหลาน ก้าวผ่านภัยไซเบอร์บูลลี่อย่างมั่นคงที่ BMHH
ปัญหาไซเบอร์บูลลี่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครควรต้องเผชิญเพียงลำพัง การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แข็งแรง สอนให้รู้เท่าทันสื่อ และสอนให้เด็กเห็นคุณค่าในตัวเอง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีทางคำพูดแบบไซเบอร์บูลลี่ การมีสติและการได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวจะช่วยให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลจิตเวชในเครือโรงพยาบาลเวชธานี พร้อมเป็นที่พึ่งพิงทางใจให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไซเบอร์บูลลี่ทุกท่าน จิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกของเราพร้อมรับฟัง ประเมิน และดูแลสุขภาพจิต เพื่อปรับมุมมองและสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ช่วยให้คุณและคนที่คุณรักสามารถยืนหยัดเผชิญหน้ากับความท้าทายในสังคมออนไลน์ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
จิตเวชผู้ใหญ่ – โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์
นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์: 02-589-1889
LINE Official Account: @bmhh
บทความที่เกี่ยวข้อง
หิวบ่อยหิวตลอดเวลา ป่วยกายหรือป่วยใจ รู้สาเหตุและวิธีรับมือ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงหิวบ่อยทั้งที่เพิ่งทานข้าวอิ่ม […]
Cognitive Behavioral Therapy (CBT) จิตบำบัดเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม
สุขภาพจิตที่แข็งแรงเริ่มต้นจาก “ความคิด” ที […]
รู้จักยา Clonazepam ก่อนใช้ ลดความเสี่ยงผลข้างเคียงอันตราย
เมื่อพูดถึงยาคลายกังวลหรือยากันชัก ชื่อของ “ยา Cl […]
Talk to Doctor
Call Us
Line BMHH