
คำพูด เปรียบเสมือนยาที่สามารถเยียวยาจิตใจ หรือเป็นยาพิษที่ทำร้ายจิตใจได้ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เพราะการเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยา หรือตอกย้ำความเจ็บปวดภายในจิตใจของผู้ป่วยให้แย่ลงกว่าเดิม
แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่ส่งผลต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ป่วย โรคซึมเศร้า มีอาการที่ดีขึ้นและแย่ลงได้ก็คือคำพูดที่เราใช้ในการสื่อสารกับผู้ป่วย การเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกเข้าใจและได้รับการสนับสนุน แต่หากเลือกใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม อาจยิ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแย่และโดดเดี่ยวมากขึ้น
ประโยคที่ไม่ควรพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
หลายครั้งที่เราหวังดี อยากให้เขาหายเศร้าเร็ว ๆ แต่ความหวังดีนั้นอาจถูกถ่ายทอดผ่านชุดความคิดที่ผิดพลาด จนกลายเป็นคำพูดที่สร้างบาดแผลโดยไม่รู้ตัว วิธีคุยกับคนเป็นโรคซึมเศร้าอย่างเข้าใจ ควรหลีกเลี่ยงประโยคดังต่อไปนี้
“จะกังวลทำไม ไม่เห็นจะน่าเครียดเลย”
แต่ละคนมีความคิดความรู้สึก ให้ความสำคัญกับแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน สำหรับคนทั่วไป ปัญหาบางอย่างอาจดูเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ป่วยซึมเศร้า สารเคมีในสมองและการมองโลกของเขาในขณะนั้นทำให้ทุกอย่างดูมืดมนและหนักหนา การพูดแบบนี้คือการลดทอนความรู้สึก ทำให้เขารู้สึกว่าความทุกข์ของเขาเป็นเรื่องไร้สาระ
“ลองไปเข้าวัด ปฏิบัติธรรมดูไหม”
เป็นคำแนะนำที่มักเกิดจากความหวังดี และอาจเหมาะกับบางคนที่มีความเชื่อหรือคุ้นเคยกับแนวทางนี้อยู่แล้ว ต่ก็ไม่ใช่แนวทางของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะหากพูดในลักษณะที่ทำให้ผู้ป่วยต้องรับมือกับความทุกข์เพียงลำพัง แต่ถ้าสนิทสนมหรือรู้จักกันมากพอ และทราบว่าเขาชอบทางนี้อยู่แล้ว ก็สามารถชักชวนได้
“ไปพบหมอทำไม จะกินยาไปทำไม จัดการที่ใจตัวเองสิ”
การที่เขาตัดสินใจรับการรักษา นั่นคือเขาไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้และต้องการความช่วยเหลือแล้ว เราควรถามด้วยคำถามอื่นแทน เช่น การพบแพทย์ทำให้เขารู้สึกอย่างไร หรือการกินยามีผลกับเขาอย่างไร
“หลายคนเค้าแย่กว่าเธอเยอะ”
การเปรียบเทียบไม่เคยช่วยให้ใครรู้สึกดีขึ้น โดยเฉพาะกับคนซึมเศร้า ประโยคนี้จะยิ่งสร้างความสับสนและกดดัน ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผิดที่ตัวเองอ่อนแอ รู้สึกว่าตัวเอง “แย่” ที่จัดการปัญหาไม่ได้ ทั้งที่คนอื่นยังทำได้ นำไปสู่การโทษตัวเองที่รุนแรงขึ้น
“เธอจะไม่เป็นแบบนี้เลย ถ้าตอนนั้นเธอ….”
การรื้อฟื้นอดีตเพื่อชี้ให้เห็นว่าเขาตัดสินใจผิดพลาด เป็นสิ่งที่สร้างบาดแผลทางใจได้อย่างรุนแรง เพราะธรรมชาติของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักจะมีอาการคิดวนเวียน และมักโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ อยู่แล้ว การพูดประโยคนี้จึงเปรียบเสมือนการตอกย้ำซ้ำเติมให้เขาจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความสิ้นหวังที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ซึ่งไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นในปัจจุบัน
“เธอต้องปล่อยวาง ให้อภัยสิ”
คำว่า “ปล่อยวาง” เป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่ทำได้ยากมาก โดยเฉพาะในขณะที่สภาพจิตใจกำลังเจ็บป่วยและเปราะบาง การเร่งรัดหรือกดดันให้ผู้ป่วยรีบให้อภัยและปล่อยวาง จะทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้พยายามทำความเข้าใจความเจ็บปวดของเขาจริง ๆ ซ้ำร้ายยังอาจทำให้เขารู้สึกละอายใจ และรู้สึกแย่กับตัวเองที่ “ดีไม่พอ” หรือ “เข้มแข็งไม่พอ” ที่จะทำตามคำแนะนำนั้นได้
“อย่าไปคิดถึงมัน”
ธรรมชาติของโรคซึมเศร้าคือความคิดวนเวียนที่ผู้ป่วยเองก็อยากหยุดแต่ทำไม่ได้ การสั่งให้หยุดคิดจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวในการควบคุมตัวเองของเขา ผู้ป่วยจะยิ่งทุกข์มากขึ้น
ประโยคที่ควรพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
ตัวอย่างประโยคที่ควรพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ได้แก่
“อยากคุยเรื่องนี้มั้ย? ฉันพร้อมจะฟังเธอเสมอ”
แม้ว่าเราอาจจะไม่มีทางเข้าใจความเจ็บปวดของเขาได้ทั้งหมด แต่การแสดงเจตจำนงว่าเรา “พร้อมรับฟัง” โดยไม่ตัดสินว่าสิ่งที่เขาคิดหรือทำนั้นถูกหรือผิด จะช่วยทลายกำแพงความโดดเดี่ยวในใจเขา ทำให้เขามั่นใจว่ายังมีพื้นที่ปลอดภัยให้ระบายความอัดอั้น และรู้สึกสบายใจที่จะแบ่งปันความทุกข์นั้นออกมาแทนการเก็บกดไว้คนเดียว
“อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม?”
เป็นคำถามที่เปิดกว้างให้เขาบอกสิ่งที่ต้องการ ผู้ป่วยแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางครั้งเขาอาจไม่ได้ต้องการคำแนะนำหรือทางออก แต่แค่ต้องการใครสักคนนั่งอยู่เป็นเพื่อนเฉย ๆ การถามประโยคนี้เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้สำรวจความต้องการของตัวเอง และแสดงให้เห็นว่าเราแคร์และพร้อมจะซัพพอร์ตในรูปแบบที่เขาต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ในรูปแบบที่เราคิดไปเอง
“พักหน่อยมั้ย”
ในภาวะที่ผู้ป่วยกำลังมีความกังวลสูง กระวนกระวาย หรือมีความคิดฟุ้งซ่านจนทำอะไรไม่ถูก การบอกให้เขา “พัก” เป็นการช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความเครียดที่กำลังปะทุ ให้หันมาโฟกัสที่การผ่อนคลายร่างกายหรือทำกิจกรรมง่าย ๆ เพื่อลดอุณหภูมิทางอารมณ์ลง
“เราจะอยู่ข้าง ๆ เธอนะ”
ความน่ากลัวที่สุดของโรคซึมเศร้าคือความรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก ประโยคสั้น ๆ นี้จึงเป็นเหมือนหลักยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญ เป็นการย้ำเตือนให้เขามั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรืออาการจะแย่ลงแค่ไหน เขาจะยังมีเราคอยดูแลและสนับสนุนอยู่เสมอ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงทางจิตใจได้เป็นอย่างดี
“เธออยากฟังคำแนะนำของฉันไหม หรือเธออยากเล่ามากกว่า”
ประโยคนี้แสดงถึงการให้เกียรติและเคารพขอบเขตของกันและกัน เพราะบางครั้งความหวังดีที่มาพร้อมกับ “คำสอน” อาจกลายเป็นความอึดอัดใจ การถามก่อนให้คำแนะนำจะช่วยให้เรารู้บทบาทของตัวเองว่าควรเป็น “ผู้ฟัง” หรือ “ที่ปรึกษา” ในขณะนั้น และยังช่วยป้องกันไม่ให้เราเผลอยัดเยียดความคิดเห็นส่วนตัวที่อาจไปกระทบกระเทือนใจเขาได้
“ฉันเอาขนมมาให้เธอนะ”
หากไม่รู้จะพูดอย่างไรแต่อยากดูแลเขา การแสดงออกผ่านการกระทำมักเสียงดังกว่าคำพูดเสมอ การดูแลเรื่องพื้นฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การหาของอร่อยมาให้ การช่วยทำงานบ้าน หรือดูแลความสะดวกสบาย เป็นการส่งต่อความรักและความห่วงใยที่จับต้องได้ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวและอบอุ่นใจได้มาก
“ขอบคุณที่เล่าให้ฉันฟังนะ”
ถ้าเขาไว้ใจเล่าเรื่องราวให้เราฟัง อย่าลืมที่จะขอบคุณความไว้วางใจที่เขามีให้ ชื่นชมความกล้าของเขาที่จะแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในใจกับเรา เพราะผู้ป่วยมักกลัวที่จะเป็นภาระหรือกลัวถูกตัดสิน การกล่าว “ขอบคุณ” จึงเป็นการให้รางวัลทางจิตใจที่ช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เขาเล่าเป็นเรื่องสำคัญ และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจนั้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง (Self-esteem) ให้กับเขาได้
วิธีรับมือกับคนเป็นโรคซึมเศร้า และการดูแลใจเมื่อคนใกล้ชิดป่วย
นอกจากคำพูดแล้ว การกระทำและการปฏิบัติตัวของคนรอบข้างก็มีผลอย่างมากต่ออาการของผู้ป่วย โดยแนวทางวิธีรับมือกับคนเป็นโรคซึมเศร้าที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวันมีดังนี้
1. สังเกตและใส่ใจ (โดยไม่กดดัน)
คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยอย่างเงียบ ๆ เช่น การกิน การนอน หรืออารมณ์ที่ดิ่งลง หากเห็นว่าเขาดูแย่ลง อาจเข้าไปถามไถ่เบา ๆ ว่า “วันนี้ดูเพลีย ๆ นะ มีอะไรให้ช่วยไหม” แทนการจ้องจับผิดหรือคาดคั้น
2. ชวนทำกิจกรรมเบา ๆ
ผู้ป่วยซึมเศร้ามักเก็บตัวและไม่มีแรงจูงใจ วิธีเอาใจคนเป็นโรคซึมเศร้าที่ดีคือการชวนทำกิจกรรมง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้พลังงานเยอะ เช่น ชวนกินข้าวอร่อย ๆ ชวนดูหนังตลก หรือชวนเดินเล่นรับลม เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและมีการหลั่งสารความสุขบ้าง แต่ต้องระวังไม่ให้เป็นการบังคับ หากเขาปฏิเสธ ให้บอกว่า “ไม่เป็นไร ไว้วันหลังค่อยไปกัน”
3. เป็น “กระจก” สะท้อนข้อดี
โรคซึมเศร้าจะพรางตาให้ผู้ป่วยมองเห็นแต่ข้อเสียของตัวเอง หน้าที่ของเราคือช่วยสะท้อนข้อดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาทำ เช่น “วันนี้เธอกินข้าวหมดจานเลย เก่งมาก” หรือ “ขอบคุณนะที่ช่วยหยิบของให้” คำชมเล็กน้อยเหล่านี้จะค่อย ๆ กู้คืนความมั่นใจของเขากลับมา
4. ดูแลใจตัวเองด้วย
การดูแลผู้ป่วยซึมเศร้าอาจทำให้คนรอบข้างเครียดหรือหมดพลังได้ ดังนั้น อย่าลืมแบ่งเวลาดูแลจิตใจตัวเอง หากรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว การพาผู้ป่วยไปปรึกษาจิตแพทย์ก็เป็นทางออกที่ดีที่สุด
การเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมและการรับฟังอย่างจริงใจเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คำพูดที่แสดงถึงความเข้าใจและการไม่ตัดสินจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจและสบายใจในการเปิดใจ เมื่อเราเป็นผู้รับฟังที่ดี ผู้ป่วยจะมีโอกาสฟื้นฟูได้ดีขึ้นและมีพลังใจในการก้าวข้ามความยากลำบากในชีวิตต่อไปได้
หากคุณต้องการคำแนะนำในการดูแลคนใกล้ชิด โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลที่ดูแลปัญหาทางจิตใจในเครือโรงพยาบาลเวชธานี พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับคุณ ด้วยทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกที่มีประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เราไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการรักษาอาการของผู้ป่วย แต่เรายังพร้อมให้คำปรึกษาแก่ญาติและคนใกล้ชิด เพื่อให้ทุกคนสามารถจับมือและก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง เพราะเราเชื่อว่า “ความเข้าใจ” คือยาขนานเอกที่จะช่วยให้จิตใจกลับมาสดใสได้อีกครั้ง
แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล
จิตแพทย์โรงพยาบาลBMHH- Bangkok Mental Health Hospital
นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์: 02-589-1889
LINE Official Account: @bmhhLocation: https://maps.app.goo.gl/MCKXwQMK1mCshWKdA
บทความโดย
พญ.ณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล
จิตเวชผู้ใหญ่
โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH)
บทความที่เกี่ยวข้อง
หูแว่ว เห็นผี หลอน เสี่ยงเป็นโรคอะไร พร้อมวิธีรับมือ
อาการหูแว่ว หรือการได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริงเป็นประสบ […]
โรคเครียดไม่ใช่เรื่องเล็ก สาเหตุและวิธีการรักษาที่ควรรู้
ความเครียดเป็นอารมณ์ที่ทุกคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน แต […]
ง่วงนอนตลอดเวลา เป็นโรคอะไร เกิดจากสาเหตุใด
ความรู้สึกอ่อนเพลีย หรือง่วงนอนระหว่างวันเป็นสิ่งที่เกิ […]
Talk to Doctor
Call Us
Line BMHH