ออทิสติกเทียมคืออะไร แตกต่างจากออทิสติกแท้อย่างไร

Share
แยกให้ออก ออทิสติกแท้ vs ออทิสติกเทียม
แยกให้ออก ออทิสติกแท้ vs ออทิสติกเทียม

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการเลี้ยงดูบุตรหลาน คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกน้อย จากที่เคยร่าเริงกลับกลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่สบตา หรือมีพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้ากว่าวัย จนเกิดความกังวลว่าลูกอาจกำลังเผชิญกับโรคออทิสติก แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมองโดยกำเนิด แต่เป็นผลพวงจากสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู ซึ่งทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า “ออทิสติกเทียม” (Virtual Autism)

ออทิสติกเทียม คืออะไร

ออทิสติกเทียม (Virtual Autism) คือ ภาวะที่เด็กแสดงพฤติกรรมและมีพัฒนาการล่าช้าคล้ายคลึงกับเด็กออทิสติก แต่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือสมอง ภาวะนี้มักเกิดจากการที่เด็กขาดการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสม ขาดการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง และที่สำคัญคือการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอ (Screen time) มากเกินไป เช่น โทรทัศน์ สมาร์ตโฟน หรือแท็บเล็ต

การที่เด็กรับสื่อจากหน้าจอเพียงอย่างเดียว เป็นการสื่อสารทางเดียว (One-way Communication) ทำให้เด็กขาดทักษะการสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) ส่งผลให้ขาดทักษะสังคม ไม่รู้จักการโต้ตอบ และนำไปสู่ความบกพร่องทางพัฒนาการในที่สุด

ลักษณะอาการของออทิสติกเทียม

เด็กออทิสติกเทียม มีอาการที่ผู้ปกครองสามารถสังเกตได้ ดังนี้

สาเหตุของออทิสติกเทียม

เด็กออทิสติกเทียมเกิดจากปัจจัยแวดล้อมและการเลี้ยงดูเป็นสำคัญ ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่

ออทิสติกแท้ กับ เทียม ต่างกันอย่างไร

​ความแตกต่างของ 2 กลุ่มนี้คือ เด็กออทิสติกแท้ เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง ต้องรักษาโดยจิตแพทย์เด็ก และต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป 

ส่วนเด็กออทิสติกเทียม หรือโรคสมาธิสั้น เกิดจากการที่พวกเขาเข้าถึงสื่อได้อย่างรวดเร็วและถูกกระตุ้นประสาทสัมผัสด้วยภาพตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาไม่มีความน่าสนใจมากพอ เช่น การสอนของครู การนั่งทำแบบฝึกหัดนานๆ เด็กก็จะไม่จดจ่อกับการเรียน และมีปัญหาในการพูด อ่าน เขียน และคำนวณ หากผู้ปกครองคอยสังเกต เอาใจใส่สม่ำเสมอ และแก้ไขที่สาเหตุเป็นหลัก ภาวะออทิสติกเทียม หรือสมาธิสั้นก็จะหายไปเองได้

​เพราะฉะนั้น หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกเริ่มมีปัญหาด้านการเรียนรู้ และไม่แน่ใจว่าใช่ ออทิสติก หรือไม่ แนะนำให้พาไปตรวจประเมินกับจิตแพทย์เด็ก เพื่อได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง และรักษาได้อย่างเหมาะสม

วิธีการรักษาออทิสติกเทียม

คำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักสงสัยคือ ออทิสติกเทียม รักษาหายไหม? ออทิสติกสามารถรักษาให้หายและกลับมามีพัฒนาการสมวัยได้ หากรู้เร็วและแก้ไขที่ต้นเหตุ โดยแนวทางการรักษามีดังนี้

การป้องกันออทิสติกเทียม

ในฐานะจิตแพทย์เด็กอยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่า “ออทิสติกเทียม” ไม่ใช่ความบกพร่องถาวร แต่คือสัญญาณเตือนว่าลูกกำลังขาดปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสม ความแตกต่างสำคัญคือภาวะนี้ “ดีขึ้นได้” เพียงแค่เราปรับสภาพแวดล้อมและงดหน้าจออย่างจริงจัง

สิ่งที่คุณหมออยากฝากไว้:

ออทิสติกเทียมสามารถรักษาได้ หากได้รับคำแนะนำและการปรับพฤติกรรมที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการแยกแยะระหว่างออทิสติกแท้และเทียมอย่างแม่นยำ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยในพัฒนาการของลูกน้อย หรือไม่แน่ใจว่าพฤติกรรมติดจอที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณของภาวะนี้หรือไม่

ที่โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลจิตเวชในเครือโรงพยาบาลเวชธานี มีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รวมถึงนักกิจกรรมบำบัดและทีมสหวิชาชีพ พร้อมให้การประเมินและส่งเสริมพัฒนาการของลูกรัก เพื่อช่วยปลดล็อกพัฒนาการที่ล่าช้า และคืนศักยภาพการเรียนรู้ที่สมวัย ให้เขากลับมาเติบโตได้อย่างสดใสและมั่นใจอีกครั้ง

พญ.ปัทมาพร ทองสุขดี

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลBMHH- Bangkok Mental Health Hospital

นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โทรศัพท์: 02-589-1889

LINE Official Account: @bmhhLocation: https://maps.app.goo.gl/MCKXwQMK1mCshWKdA

w

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความเพิ่มเติม