“เดี๋ยวก็ดีใจสุดขีด เดี๋ยวก็โกรธเกรี้ยวราวกับพายุ” หรือ “รักมากจนยอมถวายชีวิต แต่แป๊บเดียวกลับเกลียดชังแทบไม่อยากมองหน้า” อาการรักแรงเกลียดแรงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่นิสัยส่วนตัวหรืออารมณ์ชั่ววูบ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางจิตเวชที่เรียกว่า Borderline Personality Disorder การทำความเข้าใจว่า BPD คืออะไร จะช่วยให้ทั้งตัวผู้ป่วยและคนรอบข้างสามารถรับมือกับคลื่นอารมณ์ที่โหมกระหน่ำได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
Borderline Personality Disorder (BPD) คืออะไร
Borderline Personality Disorder หรือ BPD คือโรคความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง ผู้ที่เผชิญกับภาวะนี้จะมีปัญหาหลักในการควบคุมอารมณ์ ทำให้ความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อตนเองและผู้อื่นขาดความมั่นคง อารมณ์มักจะแปรปรวนอย่างรุนแรงและรวดเร็ว นำไปสู่การตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่น และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับคนรอบข้าง
อาการ BPD มีลักษณะอย่างไร

อาการที่พบได้บ่อย มีดังนี้
- อารมณ์สวิงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว: อารมณ์สามารถเปลี่ยนจากดีใจเป็นเศร้าหมองหรือโกรธจัดได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือหลักนาที และมักรุนแรงเกินกว่าเหตุการณ์ปกติ
- กลัวการถูกทอดทิ้งอย่างหนัก: หวาดระแวงว่าคนรักหรือคนใกล้ชิดจะตีจาก จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งไว้ แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นเพียงการคิดไปเองก็ตาม
- มองโลกแบบขาวดำ (Splitting): ไม่มีการมองแบบกลาง ๆ ถ้าคนไหนดีคือดีเลิศ แต่ถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจแม้แต่นิดเดียว คนนั้นจะกลายเป็นคนเลวร้ายในสายตาทันที (All good or All bad)
- รู้สึกว่างเปล่าในจิตใจ: มักรู้สึกเคว้งคว้าง โดดเดี่ยว และมองไม่เห็นคุณค่าหรือเป้าหมายในชีวิต
- หุนหันพลันแล่นและมีพฤติกรรมเสี่ยง: ขาดการยับยั้งชั่งใจ เช่น ขับรถซิ่ง ใช้จ่ายเงินเกินตัว กินอาหารปริมาณมหาศาล หรือมีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงอันตราย
- ทำร้ายตัวเองหรือมีความคิดอยากตาย: มักใช้การทำร้ายร่างกายตนเอง เช่น กรีดแขน ทุบตีตัวเอง เพื่อระบายความกดดันหรือเรียกร้องความสนใจเมื่อรู้สึกว่าจะถูกทอดทิ้ง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด BPD
โรคบุคลิกภาพก้ำกึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่
- ปัจจัยทางพันธุกรรม: หากมีบุคคลในครอบครัวสายตรงมีประวัติเป็นโรค BPD หรือโรคทางจิตเวชอื่น ๆ จะมีแนวโน้มความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
- ความผิดปกติของสมอง: สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจ เช่น Amygdala ทำงานผิดปกติ รวมถึงความไม่สมดุลของสารเคมีในสมองอย่างเซโรโทนิน
- บาดแผลทางใจในวัยเด็ก: ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญมาก เช่น การถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ หรือเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้เติบโตมาพร้อมกับความรู้สึกไม่ปลอดภัย
BPD แตกต่างจากไบโพลาร์อย่างไร
หลายคนมักสับสนระหว่าง BPD กับโรคไบโพลาร์ เนื่องจากมีลักษณะ “เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” คล้ายกัน แต่ความแตกต่างคือ ผู้ที่เป็น BPD อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันภายในวันเดียว และมักมีสิ่งกระตุ้นที่ชัดเจนจากความสัมพันธ์ภายนอก เช่น ทะเลาะกับแฟนแล้วโกรธจัดทันที
ส่วนโรคไบโพลาร์ อารมณ์จะแปรปรวนเป็นรอบ (Episode) ที่ยาวนานและชัดเจนกว่า เช่น ช่วงคึกคัก (Mania) หรือช่วงซึมเศร้า (Depression) มักจะกินเวลาต่อเนื่องเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน โดยอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอาจเกิดขึ้นเองโดยไม่มีเหตุการณ์ใดมากระตุ้นเลยก็ได้
สงสัยว่ามีอาการ BPD ควรทำอย่างไร เมื่อไหร่ที่ควรพบจิตแพทย์
หากสังเกตตนเองหรือคนใกล้ชิดว่ามีรูปแบบอารมณ์ที่รุนแรงจนกระทบต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายตัวเองซ้ำ ๆ ควรรีบไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด เพราะอาการของ BPD คือความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ผู้ป่วยไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง การพยายามอดทนหรือกดทับอารมณ์ไว้ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายได้
แนวทางการรักษา BPD ให้ดีขึ้น

- การทำจิตบำบัด (Psychotherapy): เป็นหัวใจหลักของการรักษา เช่น พฤติกรรมบำบัดวิภาษวิธี (Dialectical behavior therapy: DBT) ที่เน้นสอนทักษะการควบคุมอารมณ์ การบำบัดโดยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) หรือการบำบัดบาดแผลทางใจด้วยเทคนิค Eye Movement Desensitization and Reprocessing หรือ EMDR
- การใช้ยา: แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาปรับสมดุลอารมณ์ ยาแก้ซึมเศร้า หรือยาลดความวิตกกังวล เพื่อควบคุมอารมณ์ที่พุ่งพล่านให้สงบลง
- การดูแลตนเอง: การฝึกสติ (Mindfulness) การออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ จะช่วยให้อารมณ์คงที่มากขึ้น
คนใกล้ตัวป่วยเป็น BPD ควรรับมืออย่างไรให้สุขภาพจิตไม่พัง
การอยู่ร่วมกับผู้ที่มีภาวะ BPD ต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทนสูง คนใกล้ตัวควรพยายามทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมที่ก้าวร้าวหรือเอาแต่ใจนั้นเกิดจากความเจ็บป่วย ไม่ใช่นิสัยที่แท้จริง ควรรับฟังด้วยความสงบ ไม่ใช้อารมณ์โต้ตอบเมื่อผู้ป่วยกำลังโกรธจัด และควรตั้งขอบเขตความสัมพันธ์ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องแบกรับความเครียดจนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของตนเองเช่นกัน หากรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว คนใกล้ชิดก็สามารถขอรับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์เพื่อหาแนวทางดูแลจิตใจตนเองได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
BPD อันตรายหรือไม่
หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาถือว่ามีอันตราย เนื่องจากผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงที่จะมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ขาดสติ และอาจนำไปสู่การทำร้ายตนเองหรือพยายามฆ่าตัวตายเพื่อหนีความทุกข์ทางใจ
BPD รักษาหายได้ไหม
โรคบุคลิกภาพก้ำกึ่งสามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้มากจนสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป การทำจิตบำบัดอย่างต่อเนื่องร่วมกับการดูแลทางการแพทย์จะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีควบคุมอารมณ์และรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น
เข้าใจ BPD อย่างถูกต้อง การประเมินโดยแพทย์คือก้าวแรกของการรักษา
โรคความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง หรือ BPD คืออาการเจ็บป่วยทางจิตใจที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลอย่างถูกต้อง การต้องเผชิญกับอารมณ์ที่แปรปรวนสุดขั้ว ความกลัวการถูกทอดทิ้ง และพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ล้วนสร้างความทุกข์ทรมานให้กับทั้งตัวผู้ป่วยและคนรอบข้าง การตระหนักรู้ถึงสัญญาณเตือนและยอมรับที่จะก้าวเข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างละเอียด จึงเป็นกุญแจดอกแรกที่จะช่วยปลดล็อกความสับสน คืนความมั่นคงทางอารมณ์ และช่วยให้สามารถกลับมาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและมีความสุขกับการใช้ชีวิตได้อีกครั้ง
โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลจิตเวชในเครือโรงพยาบาลเวชธานี เข้าใจถึงความเปราะบางและบาดแผลทางใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอารมณ์ที่รุนแรง จิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกของเราพร้อมให้การดูแลแบบสหวิชาชีพ มุ่งเน้นการบำบัดรักษาแบบเฉพาะบุคคล ผ่านกระบวนการทำจิตบำบัดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น การทำจิตบำบัด CBT หรือการบำบัดบาดแผลทางใจ (EMDR) ภายใต้พื้นที่ปลอดภัยที่พร้อมรับฟังโดยปราศจากการตัดสิน เพื่อสนับสนุนให้ผู้รับบริการสามารถควบคุมอารมณ์ ค้นพบคุณค่าในตัวเอง และก้าวข้ามทุกความเจ็บปวดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มีความสมดุลและยั่งยืน
จิตเวชผู้ใหญ่ – โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์
นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์: 02-589-1889
LINE Official Account: @bmhh
Location: https://maps.app.goo.gl/MCKXwQMK1mCshWKdA
บทความโดย
พญ.ณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล
จิตเวชผู้ใหญ่
โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) / Bangkok Mental Health Hospital (BMHH)
บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome) รบกวนการนอนและบั่นทอนสุขภาพจิต
โรคขาอยู่ไม่สุข หรือ Restless Legs Syndrome (RLS) เป็นภ […]
รู้ก่อนใช้ ยานอนหลับมีกี่ประเภท วิธีการใช้และข้อควรระวัง
ปัญหานอนไม่หลับเป็นเรื่องที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับใค […]
เลิกบุหรี่ถูกวิธี กู้คืนสุขภาพปอดให้แข็งแรงก่อนสาย
การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้าย […]
Talk to Doctor
Call Us
Line BMHH