ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตได้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงาน ปัญหาครอบครัว หรือความวิตกกังวลเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ล้วนกัดกร่อนความเข้มแข็งทางใจทีละน้อย หลายคนเลือกที่จะทนแบกรับไว้และบอกตัวเองว่า “เดี๋ยวก็หาย” แต่ในความเป็นจริง หากปล่อยทิ้งไว้ ปัญหาสุขภาพจิตที่ดูเหมือนเล็กน้อยอาจบานปลายกลายเป็นโรคทางจิตเวชที่รุนแรงได้ การปรึกษาจิตแพทย์ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปกป้องและฟื้นฟูจิตใจให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง
ความสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดี
สุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพโดยรวมและเกี่ยวข้องกับวิธีที่เราคิด รู้สึก รับมือกับความเครียด ตัดสินใจ และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เมื่อสุขภาพจิตอยู่ในภาวะสมดุล คนเรามักสามารถรับมือกับปัญหาและดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ในทางกลับกัน หากมีความเครียดหรือปัญหาทางอารมณ์เกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการนอน การกิน สมาธิ การทำงาน ความสัมพันธ์ และสุขภาพกายได้ ดังนั้นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเองและขอคำปรึกษาเมื่อรู้สึกว่ารับมือได้ยาก จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเช่นเดียวกับการดูแลร่างกาย

สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องไปพบจิตแพทย์
สัญญาณเตือนด้านอารมณ์
ในห้วงเวลาที่เกิดความเครียด หรือมีเหตุกระทบจิตใจอย่างรุนแรงต่อเนื่องยาวนาน “อารมณ์” เป็นสิ่งแรก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยที่บางครั้งก็ไม่รู้ตัว กว่าจะได้ค้นหาหมอจิตเวชหรือคลินิกจิตเวชใกล้ฉันว่ามีที่ไหนบ้าง อาการก็อาจจะรุนแรงไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ เราทุกคนจึงต้องหมั่นสังเกตอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของตนเสมอ ซึ่งมักจะมีสัญญาณดังต่อไปนี้
- กังวลใจ ทุกข์ใจ คิดวนเวียนถึงเรื่องที่ทำให้คิดตลอดเวลา ไม่สามารถหลุดพ้นได้
- มีอาการซึมเศร้า หดหู่ ไม่อยากจะทำอะไร
- หวาดระแวง และหงุดหงิดมากเป็นพิเศษ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำให้โกรธหรือโมโหเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ได้
- เครียด รู้สึกไม่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้เลย
- กระวนกระวายใจ ไม่สามารถสงบนิ่งได้
สัญญาณเตือนด้านความคิด
นอกจากในเรื่องของอารมณ์แล้ว ปัญหาสุขภาพจิตก็ส่งผลไปถึงความคิดด้วยเช่นกัน โดยมักมีสัญญาณสำคัญ ดังต่อไปนี้
- ฟุ้งซ่าน คิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อย ไม่สามารถควบคุมความคิดของตัวเองได้
- อยากทำร้ายตัวเอง หรือคิดว่าจะมีคนมาทำร้ายตัวเอง
- ได้ยินเสียงแว่ว หรือเห็นภาพที่ไม่มีจริง
- ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม
- ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงาน หรือทำสิ่งใด ๆ
- ลืมง่าย จนผิดปกติ
สัญญาณเตือนด้านร่างกาย
ปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้แสดงออกผ่านอารมณ์หรือความคิดเท่านั้น แต่อาจส่งผลต่อร่างกายร่วมด้วย โดยบางคนอาจมีอาการทางกายที่เกิดขึ้น เช่น
- ปวดหัว ปวดท้อง แน่นหน้าอก
- อ่อนเพลียเรื้อรัง
- ใจสั่น เหนื่อยง่าย
สัญญาณเตือนด้านพฤติกรรม
สัญญาณเตือนด้านสุดท้าย คือสัญญาณเตือนด้านพฤติกรรม ซึ่งหากพบว่ามีอาการผิดปกติ แสดงว่าเราอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต ควรไปพบหมอด้านจิตเวชจะดีที่สุด โดยมีสัญญาณสำคัญดังต่อไปนี้
- นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป
- ไม่อยากกินอาหาร เบื่ออาหาร หรือกินมากจนผิดปกติ
- ไม่ดูแลความสวยงาม และสุขอนามัยของตนเอง ปล่อยตัวให้โทรม
- ไม่อยากพูดคุย หรือพบปะกับคนอื่น
- ใช้จ่ายเงินมากเกินผิดปกติ หรือเป็นหนี้บัตรเครดิต
- ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และใช้สารเสพติด

เมื่อไหร่ควรพบจิตแพทย์
- อาการความผิดปกติทางอารมณ์ ความคิด หรือพฤติกรรม เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเกิน 2-4 สัปดาห์
- ความผิดปกตินั้นรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่สามารถทำงาน เรียน หรือดูแลตัวเองได้ตามปกติ
- คนใกล้ชิดสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง และทักท้วงถึงพฤติกรรมที่ผิดไปจากเดิม
- เมื่อเริ่มมีความคิดที่เป็นอันตราย เช่น อยากทำร้ายตัวเอง หรืออยากจบชีวิต
การปรึกษาจิตแพทย์ช่วยอะไรได้บ้าง
หลายคนอาจจะคิดว่า “ทำไมต้องพบจิตแพทย์ที่ราคาค่อนข้างสูง” หากต้องการคนที่รับฟัง เป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัวก็ได้ แต่บางครั้งอาการทางจิตเวชหนักหนาเกินกว่าที่จะรับมือ การไปปรึกษาจิตแพทย์นอกจากจะช่วยรับฟังและให้คำปรึกษาที่ถูกต้องแล้ว ยังสามารถจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการให้แก่ผู้ที่มีปัญหาได้อีกด้วย
ปรึกษาจิตแพทย์ที่ไหนดี
ในปัจจุบันสามารถเข้ารับคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตได้หลายช่องทาง ดังต่อไปนี้
โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านจิตเวช
โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านจิตเวชให้บริการด้านสุขภาพจิตและจิตเวชโดยตรง ตั้งแต่การประเมินอาการ การรักษา ไปจนถึงการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผู้รับบริการสามารถนัดหมายล่วงหน้าและเลือกช่วงเวลาที่สะดวกได้ตามระบบของแต่ละโรงพยาบาล อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมที่ออกแบบให้เหมาะกับการดูแลด้านสุขภาพจิต ช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกเป็นส่วนตัวและผ่อนคลายมากขึ้นระหว่างเข้ารับบริการ
โรงพยาบาลเอกชน
โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งมีแผนกหรือคลินิกจิตเวช สามารถนัดหมายเพื่อพบจิตแพทย์ตามวันและเวลาที่เปิดให้บริการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการนัดหมายและการเดินทาง ทั้งนี้ค่าบริการและขั้นตอนการเข้ารับบริการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละโรงพยาบาล
โรงพยาบาลรัฐ
โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งมีบริการด้านจิตเวชเช่นกัน เนื่องจากมีผู้มารับบริการจำนวนมาก บางแห่งอาจต้องรอคิวนานหรือนัดหมายล่วงหน้า และอาจมีขั้นตอนการรับบัตรคิวตามระบบของโรงพยาบาล ผู้ที่ต้องการเข้ารับบริการจึงควรสอบถามรายละเอียดและตรวจสอบขั้นตอนกับโรงพยาบาลก่อน เพื่อวางแผนการเดินทางและเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย
ปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์
ปัจจุบันโรงพยาบาลและคลินิกบางแห่งมีบริการปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางหรืออยากเริ่มพูดคุยกับจิตแพทย์จากที่บ้าน ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหรือได้รับการดูแลที่สถานพยาบาล แพทย์จะแนะนำให้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลโดยตรง
วิธีการเตรียมตัวเมื่อต้องมาพบจิตแพทย์
ก่อนมาพบจิตแพทย์ควรเตรียมข้อมูลดังนี้
- อาการและระยะเวลาที่เกิดขึ้น เช่น อาการที่กังวล เริ่มเป็นเมื่อไหร่ และเป็นบ่อยแค่ไหน
- ปัจจัยหรือเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ความเครียดจากการทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์
- ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เช่น การนอน การรับประทานอาหาร การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
- ประวัติการรักษาและยาที่ใช้อยู่ หากมี รวมถึงคำถามหรือประเด็นที่ต้องการปรึกษาแพทย์
หากผู้ป่วยปฏิเสธการพบจิตแพทย์ควรทำอย่างไร
หากคนใกล้ตัวมีอาการที่น่าเป็นห่วงแต่ยังไม่ต้องการพบจิตแพทย์ ควรพูดคุยด้วยความเข้าใจและหลีกเลี่ยงการกดดัน โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการตำหนิหรือตัดสิน ควรใช้คำพูดที่ไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกถูกตีตราหรือถูกมองในแง่ลบ
- พูดคุยจากอาการที่สังเกตเห็น เช่น นอนไม่หลับ เครียด หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลง แทนการสรุปว่าเป็นโรคทางจิตเวช
- รับฟังและให้เวลาในการตัดสินใจ เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยพูดถึงความรู้สึกและสิ่งที่กังวล โดยไม่บังคับให้เข้ารับการรักษา
- หากมีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น หรือไม่สามารถดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ ควรขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์หรือหน่วยฉุกเฉินโดยเร็ว และไม่ควรปล่อยให้อยู่ตามลำพัง
ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต หากไม่รับการรักษา
เมื่อปัญหาสุขภาพจิตยังคงส่งผลต่อความรู้สึกและการใช้ชีวิตเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้การใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป เช่น
- การเรียนและการทำงาน ขาดสมาธิ ทำงานไม่เสร็จตามที่ต้องการ หรือขาดงานและขาดเรียน
- การนอนและการรับประทานอาหาร นอนไม่หลับ นอนมากเกินไป เบื่ออาหาร หรือรับประทานอาหารมากกว่าปกติ
- การดูแลตัวเอง ไม่ใส่ใจสุขอนามัย การแต่งตัว หรือกิจวัตรประจำวันที่เคยทำเป็นประจำ
- ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่อยากพบปะผู้คน เก็บตัว หรือมีความขัดแย้งกับคนในครอบครัวและคนใกล้ชิด
- การควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม หงุดหงิดง่าย อารมณ์เปลี่ยนแปลงมาก หรือมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากเดิม
- สุขภาพกาย อาจมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ ใจสั่น อ่อนเพลีย หรือมีอาการปวดเมื่อยโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน
- ความปลอดภัยของตนเอง ในบางกรณีอาจมีความคิดทำร้ายตนเองหรือไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ ซึ่งควรได้รับการประเมินและดูแลจากแพทย์โดยเร็ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ความเครียดจากการทำงาน สามารถไปพบจิตแพทย์ได้หรือไม่
สามารถไปพบได้ หากความเครียดนั้นสะสมจนทำให้เกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) ส่งผลให้นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย หรือประสิทธิภาพการทำงานลดลง การปรึกษาจิตแพทย์จะช่วยให้คุณได้ระบายความรู้สึก และได้รับคำแนะนำในการจัดการอารมณ์อย่างถูกวิธี
การพบจิตแพทย์หมายความว่าเป็นโรคจิตเภทหรือไม่
ไม่เสมอไป การพบจิตแพทย์ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคจิตเภท เนื่องจากปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ เช่น ภาวะซึมเศร้า โรค ADHD โรควิตกกังวล โรคไบโพลาร์ โรคเครียด หรือโรคแพนิค เป็นต้น การประเมินโดยจิตแพทย์จะช่วยพิจารณาจากอาการและผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อวางแนวทางดูแลที่เหมาะสม
หากสงสัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก
หากมีอาการโรคซึมเศร้า เช่น รู้สึกหดหู่ ว่างเปล่า หรือหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบนัดหมายจิตแพทย์ เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษา ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือซื้อยามารับประทานเอง
การพบจิตแพทย์ ข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับหรือไม่
ข้อมูลทุกอย่างที่พูดคุยในห้องตรวจและประวัติการรักษา จะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุดตามจรรยาบรรณทางการแพทย์ และสิทธิผู้ป่วย โดยจะไม่ถูกเปิดเผยหากไม่ได้รับความยินยอมจากตัวผู้ป่วยเอง
ปรึกษาจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์
โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลจิตเวชในเครือโรงพยาบาลเวชธานี มีทีมแพทย์เฉพาะทางในการดูแลด้านจิตใจโดยเฉพาะ ดูแลและวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล อยู่เคียงข้างผู้ป่วยและครอบครัวให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน
นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์: 02-589-1889
LINE Official Account: @bmhh
Location: https://maps.app.goo.gl/MCKXwQMK1mCshWKdA
บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีบำบัดยาเสพติด เริ่มต้นอย่างไร เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มเลิกยา
การตัดสินใจอยากเลิกยาเสพติด คือสัญญาณที่บอกว่า คุณพร้อม […]
หิวบ่อยหิวตลอดเวลา ป่วยกายหรือป่วยใจ รู้สาเหตุและวิธีรับมือ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงหิวบ่อยทั้งที่เพิ่งทานข้าวอิ่ม […]
ไซเบอร์บูลลี่ เมื่อคำพูดบนหน้าจอกลายเป็นบาดแผลทางจิตใจ
การสื่อสารบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต […]
Talk to Doctor
Call Us
Line BMHH