การพนันอาจเริ่มต้นจากความสนุกเล็ก ๆ แต่หากควบคุมไม่ได้ก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบทั้งการเงิน ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิต หลายคนไม่ทันสังเกตว่าตัวเองกำลังเสี่ยงติดการพนันจนเกือบจะสายเกินไป การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้จัดการได้ทันเวลา บทความนี้ได้รวบรวมสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงติดการพนัน เพื่อให้ตรวจสอบตัวเองและคนรอบข้าง หากเจอสัญญาณเหล่านี้จะได้หาทางป้องกันและขอความช่วยเหลือได้ทัน
โรคติดพนันคืออะไร
โรคติดพนัน (Pathological Gambling) คือความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มอาการขาดความยับยั้งชั่งใจในการกระทำ (Impulse Control Disorders) ลักษณะสำคัญคือผู้ป่วยจะไม่สามารถต้านทานแรงกระตุ้น หรือความอยากที่จะเล่นการพนันได้ แม้จะรู้ดีว่าการกระทำนั้นจะส่งผลเสียร้ายแรงตามมาก็ตาม สมองของผู้ที่ติดการพนันจะมีการตอบสนองคล้ายกับสมองของผู้ที่ติดสารเสพติด ทำให้จิตใจจดจ่ออยู่กับการพนันตลอดเวลาและต้องการเล่นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้รู้สึกดีเหมือนเดิม
อาการหรือสัญญาณของโรคติดพนัน
ในปัจจุบัน การพนันมีหลากหลายรูปแบบ เช่น พนันบอล หวยใต้ดิน รวมไปถึงพนันออนไลน์ที่ทำให้คนเข้าถึงได้ง่าย ส่งผลให้เสพติดการพนันได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม มาลองเช็ก 9 สัญญาณเสี่ยงติดการพนัน หากมีพฤติกรรมเหล่านี้ แนะนำให้รีบพบแพทย์ เพราะโรคติดพนัน สามารถรักษาได้
- เล่นพนันมากขึ้นแต่ได้รับความพึงพอใจเท่าเดิม หรือเล่นพนันเท่าเดิม แต่ความพึงพอใจลดลง
- กระวนกระวายใจ เมื่อพยายามหยุดหรือลดการเล่น
- พยายามควบคุม ลด หรือหยุดเล่นการพนันหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ
- หมกมุ่นกับการพนัน เช่น คิดหาวิธีเอาชนะ วางแผนการเล่นครั้งต่อไปว่าจะเอาสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืน
- เมื่อรู้สึกเครียด เศร้า กังวลใจ จะไปเล่นการพนันเพื่อบรรเทาอาการ
- อยากเอาชนะ อยากเอาคืนเมื่อเสียพนัน
- โกหก หรือปกปิดจำนวนเงินและเวลาที่เสียไปกับการพนัน
- เล่นการพนันจนเสียการทำงาน เสียความสัมพันธ์
- พึ่งพิงบุคคลอื่น ที่สามารถให้เงินไปใช้หนี้การพนันได้
ทั้งนี้ หากเริ่มรู้สึกว่า ตนเองหรือคนรอบข้าง ไม่สามารถควบคุมหรือหยุดการเล่นพนัน และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในหลายมิติ เช่น ความรัก การทำงาน และครอบครัว แนะนำควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน
สาเหตุที่ทำให้ติดพนัน
การติดการพนันเกิดจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งตัวบุคคลและสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยสามารถอธิบายได้ดังนี้
- ปัญหาการควบคุมตนเอง บางคนมีความยากลำบากในการควบคุมพฤติกรรม (Self-Control) ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงิน เวลา หรือการเสพความบันเทิง หากขาดการยับยั้งชั่งใจเมื่อเผชิญกับการพนัน ก็มีโอกาสสูงที่จะก้าวไปสู่การติดพนัน
- อิทธิพลจากสังคมและการโฆษณา กระแสสังคม รวมถึงการโฆษณาชวนเชื่อ มักทำให้หลายคนเชื่อว่าการพนันเป็นช่องทางหารายได้ง่าย ๆ เช่น การโปรโมตทเกมบาคาร่า ที่เน้นลงทุนเพียงหลักสิบบาทเพื่อดึงดูดให้ลองเล่น ซึ่งอาจทำให้เผลอเข้าสู่วงจรพนันโดยไม่รู้ตัว
- บุคลิกภาพส่วนตัว นิสัยบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น ความหุนหันพลันแล่น เบื่อง่าย ชอบการแข่งขัน หรือทำงานหนักเกินไป ทำให้หันไปหาความตื่นเต้นจากการพนัน
- โรคทางจิตเวชหรือการใช้สารเสพติด ผู้ที่มีภาวะทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล ไบโพลาร์ OCD หรือสมาธิสั้น (ADHD) รวมถึงผู้ที่ใช้สารเสพติด มักมีโอกาสสูงที่จะติดการพนันมากขึ้น
- เพศและอายุ พบว่าผู้ชายมีแนวโน้มติดการพนันมากกว่าผู้หญิง แต่ลักษณะอาการไม่ต่างกันมากนัก ส่วนช่วงอายุที่พบบ่อยคือวัยหนุ่มสาวถึงวัยกลางคน โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเล่นตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น จะมีความเสี่ยงสะสมในอนาคต
- ผลข้างเคียงจากการใช้ยา ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรค เช่น ยาเสริมโดปามีนสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน หรือผู้ที่มีอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome : RLS) อาจกระตุ้นพฤติกรรมเสพติด รวมถึงการพนัน
- อิทธิพลจากคนรอบข้าง เพื่อน ครอบครัว หรือกลุ่มสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพนัน อาจเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรม และนำไปสู่การติดในที่สุด
จะช่วยเหลือผู้ติดพนันอย่างไรได้บ้าง
การสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับปัญหาและเข้าสู่การรักษา
- สิ่งที่ควรทำ พูดคุยด้วยความใจเย็นและแสดงความห่วงใยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ให้กำลังใจและสนับสนุนให้เขาทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่สร้างสรรค์ และที่สำคัญคือชี้แนะให้เขาเห็นความจำเป็นของการเข้ารับการบำบัด
- สิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ควรตำหนิ ไม่ควรให้เงินเพื่อไปใช้หนี้พนัน เพราะจะเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมทางอ้อม และไม่ควรคาดหวังว่าเขาจะหายได้ในทันที
การวินิจฉัยโรคติดพนัน
ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการใดที่ใช้ยืนยันโรคติดการพนันโดยตรง แพทย์จึงอาศัยการซักประวัติ การประเมินสุขภาพกายและใจ เนื่องจากบางโรคหรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิดอาจทำให้บุคคลมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ขาดการยับยั้งชั่งใจ และมีแนวโน้มเข้าสู่การติดการพนันได้
นอกจากนี้ แพทย์จะทำการตรวจสุขภาพจิตเชิงลึกเพิ่มเติม และอาจใช้เกณฑ์การวินิจฉัย DSM-5 เข้ามาประกอบ เพื่อช่วยประเมินความรุนแรงและลักษณะอาการ โดยการซักถามจะครอบคลุมทั้งผู้ป่วย รวมถึงข้อมูลจากครอบครัวหรือคนใกล้ชิด เช่น
- เริ่มเล่นการพนันตั้งแต่อายุเท่าไร
- มีคนในครอบครัวหรือคนรอบตัวที่ติดการพนันหรือมีปัญหาทางจิตเวชหรือไม่
- ความถี่และระยะเวลาที่ใช้เล่นหรือหมกมุ่นอยู่กับการพนัน
- จำนวนเงินที่ใช้ไปหรือเสียไปกับการพนัน
- สามารถควบคุมหรือต้านทานไม่ให้เล่นการพนันได้หรือไม่
วิธีรักษาโรคติดพนัน
- การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม เป็นการรักษาหลักที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดที่บิดเบือนเกี่ยวกับการพนัน เช่น ความเชื่อว่าจะสามารถเอาชนะหรือเอาคืนได้เสมอ และช่วยให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ในการจัดการกับความเครียดและแรงกระตุ้นที่ทำให้อยากเล่นพนัน
- การให้คำปรึกษาและกลุ่มบำบัด การทำจิตบำบัดรายบุคคลช่วยให้ผู้ป่วยได้สำรวจถึงสาเหตุเบื้องลึกของปัญหา ส่วนกลุ่มบำบัดจะเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้กำลังใจซึ่งกันและกันกับผู้ที่เผชิญปัญหาเดียวกัน
- การรักษาด้วยยา ในปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาโรคติดพนันได้โดยตรง แต่แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อรักษาภาวะทางจิตใจอื่น ๆ ที่เกิดร่วมด้วย เช่น ยาต้านเศร้า หรือยาควบคุมอารมณ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีสภาพจิตใจที่มั่นคงและพร้อมสำหรับการบำบัดมากขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนของโรคติดพนัน
หากปล่อยทิ้งไว้ โรคติดพนันสามารถนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ ได้มากมาย ทั้งปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว ปัญหาด้านกฎหมาย และปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้น เช่น ภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก ปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรัง และมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนทั่วไป
วิธีป้องกันและรับมือโรคติดพนัน
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการเล่นพนันทุกรูปแบบ รวมถึงไม่ใช้เวลาอยู่กับคนที่เล่นพนัน และไม่ไปยังสถานที่ที่มีการเล่นพนันบ่อย ๆ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมซ้ำเดิมได้ หากพบว่าตนเองเริ่มมีพฤติกรรมเข้าข่าย ควรรีบขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์ การเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้อาการพัฒนาไปสู่ความรุนแรงที่ยากต่อการควบคุม
การเอาชนะการติดพนันออนไลน์ หรือการพนันรูปแบบอื่นๆ ต้องอาศัยแนวทางที่ถูกต้องและกำลังใจที่เข้มแข็ง ที่โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์ (BMHH) โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวช เรามีทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลีนิกที่พร้อมประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาและดูแลคุณในทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตและสร้างอนาคตใหม่ที่ปราศจากการพนันได้อีกครั้ง
จิตเวชผู้ใหญ่ – โรงพยาบาลแบงค็อก เมนทัล เฮลท์
นัดหมายเข้าพบจิตแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์: 02-589-1889
LINE Official Account: @bmhh
บทความที่เกี่ยวข้อง
หิวบ่อยหิวตลอดเวลา ป่วยกายหรือป่วยใจ รู้สาเหตุและวิธีรับมือ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงหิวบ่อยทั้งที่เพิ่งทานข้าวอิ่ม […]
ไซเบอร์บูลลี่ เมื่อคำพูดบนหน้าจอกลายเป็นบาดแผลทางจิตใจ
การสื่อสารบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต […]
Cognitive Behavioral Therapy (CBT) จิตบำบัดเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม
สุขภาพจิตที่แข็งแรงเริ่มต้นจาก “ความคิด” ที […]
Talk to Doctor
Call Us
Line BMHH